รีวิวเกม Zelda Skyward Sword

เกมสนุกๆ Zelda Skyward Sword

ในปีนี้ตำนานของวงการเกมอย่างเซลด้า จะครบรอบ 35 ปีและแน่นอนว่าควรจะมีการฉลอง ถึงแม้ว่าการระบาดของ Covid-19 ทำให้หลายเกมไม่ได้ออกมาตามที่แฟนๆหวังไว้แต่อย่างน้อยปู่นินก็ส่งหนึ่งในตำนานอย่าง The Legend of Zelda Skyward Sword มาทำภาพใหม่เป็น HD แบบรีมาสเตอร์ออกบน Nintendo Switch มาให้เล่นกัน

โดยต้นฉบับของเกม The Legend of Zelda Skyward Sword ออกบน Wii รุ่นแรกในปี 2011 ปีที่ผู้เขียนต้องกักตัวอยู่บ้านเพราะน้ำท่วมใหญ่ ผ่านมา 10 ปีไม่น่าเชื่อว่าจะได้นั่งเล่น Skyward Sword ในช่วงกักตัวอยู่บ้านอีกครั้ง (แต่เพราะ Covid-19) นอกเรื่องไปเสียเยอะ โดยภาคนี้ถือว่าได้รับเสียงชื่นชมตอนออกวางขายอย่างมากมาย เพราะเป็นอีกภาคที่ทำได้ยอดเยี่ยมแม้ว่ามันจะถูกสร้างเพื่อรองรับอุปกรณ์เสริม Wii Motion Plus แค่นั้นแต่ก็ประสบความสำเร็จทั้งเสียงวิภาควิจารณ์และเป็น เกมในซีรีส์ Zelda ที่ขายดีเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่การกลับมาอีกครั้งบน Switch จะได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี

 

กราฟิกปรับเป็น HD ที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด

ในเมื่อต้นฉบับออกบนคอนโซลที่ไม่ได้รองรับความละเอียดระดับ HD อย่าง Wii การมาบน Nintendo Switch ย่อมจะทำให้แฟนเกมคาดหวังว่ากราฟิกจะดูดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งพอได้สัมผัสแล้วนับว่าทำเป็นดีในระดับถูกใจ เนื่องจากความแหลมคมชัดถูกยกฐานะมาเป็น HD ที่มีความแหลมคมมากมายทำให้มองดูภาพระยะไกลได้ชัดขึ้นดูฉากได้ดิบได้ดีขึ้น รวมทั้งผู้แสดงมีการปรับโมเดลใหม่บางส่วนทำให้มองสวยแต่ว่าก็มิได้ยกฐานะกระทั่งเปลี่ยนเป็นคนละเกมแบบ Xenoblade Chronicles สำหรับ Zelda เพียงแค่ปรับความละเอียดกับบางส่วนนิดหน่อยนอกนั้นเหมือนเล่นเกมเดิม ที่งานออกแบบภาคนี้จะมาแนวภาพสีน้ำที่ดูแปลกตา แต่ตัวละครจะไม่ได้เป็น SD แบบภาค Wind Waker แต่มีสีสันที่ดูเป็นการ์ตูนมากคล้ายกัน โดยรวมภาพใน Skyward Sword ถือว่าดูแปลกที่สุดในซีรีส์เลย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีงามที่หนึ่งคือเฟรมเรตของเกมที่ปรับให้ลื่นขึ้นระดับ 60 FPS แล้วทำให้การเล่นลื่นไหลมาก นอกจากนี้การโหลดของเกมยังเร็วขึ้นมาก เพราะไม่ได้ใช้สื่อเป็นแผ่นแล้วส่วนนี้ทำให้เวลาเข้าฉากใหญ่ๆที่ต้องเสียเวลานานในการโหลดส่วนนี้ถือว่าเปลี่ยนไปเหมือนคนละเกม ส่วนเพลงประกอบก็ยังคงใช้ของเดิมที่บอกไว้ก่อนว่า Zelda Skyward Sword เป็นอีกภาคที่ทำดนตรีได้ยอดเยี่ยมที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์ ที่เต็มไปด้วยพลังและเพลงธีมใหม่ๆที่ใส่เข้ามาแบบจัดเต็มและยังมีการใส่เพลงเดิมอย่าง zelda lullaby และอีกหลายเพลงเข้ามาด้วย ยิ่งเป็นส่วนช่วยเสริมให้มันลงตัว แต่ภาคนี้ยังไม่มีการใส่เสียงบรรยายยังคงเป็นเสียงประกอบแบบเรียบที่แฟนรู้จักดี ซึ่งใครเพิ่งจะเคยเล่นภาค Breath Of The Wild มาอาจจะรู้สึกแปลกเล็กน้อย

 

เรื่องราวย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น

อย่างที่รู้กันว่าเรื่องราวของภาคนี้จะย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของตำนานของซีรีส์ Zelda เป็นภาคที่มีเนื้อเรื่องก่อนทุกภาคในซีรีส์นี้ ไล่ตั้งแต่ในภาคนี้จะไม่ได้เกิดที่เมือง Hyrule ฉากเริ่มต้นของเกมจะอยู่บนเมืองลอยฟ้านาม Sky Loft และ Zelda ไม่ใช่เจ้าหญิง รวมทั้งยังไม่มีการสร้าง TriForce เรียกว่าแปลกจากที่แฟนๆคุ้นเคยมาก อีกทั้งวายร้ายยังไม่ใช่ Ganon ส่วนดาบมาสเตอร์ในตำนานยังไม่มี แต่เกมจะค่อยๆเล่าเรื่องราวและทุกอย่างจะเริ่มเป็นสิ่งที่แฟนๆZelda คุ้นเคย รวมทั้งตอนจบที่น่าประทับใจมากจนน้ำตาซึมได้เลยแม้ว่าเกมจะไม่มีเสียงพากย์ก็ตาม

 

รูปแบบการเล่นคลาสสิก Zelda ที่สมบูรณ์แบบ

เกมเพลย์ของ Zelda Skyward Sword HD เหมือนกับต้นฉบับทุกอย่างเพราะมันคือการปรับภาพเป็นหลักทำให้ของที่เพิ่มมาไม่ใช่การเปลี่ยนรูปแบบการเล่น โดยมันคือเกมเพลย์ของ Zelda แบบเดิมๆที่แฟนคุ้นเคยที่มีฉากกว้างๆและต้องหาทางไปตะลุยดันเจี้ยนและต่อสู้กับบอส เพื่อค้นหาอาวุธหรือไอเทมใหม่เพื่อนำไปใช้ในด่านต่อไปแบบต้นฉบับดั้งเดิมที่ผู้สร้างทำได้สมบูรณ์แบบเต็มร้อย เพราะงานออกแบบฉากที่ยอดเยี่ยมและซับซ้อน นอกจากนี้ยังไม่มีการบอกใบ้ตรงๆแบบเกมยุคใหม่ ผู้เล่นต้องอ่านและตีความพอสมควร ซึ่งหากคุณเล่นไม่ผ่านก็ไม่ยากให้หาบทสรุปของต้นฉบับมาดูได้เลยเพราะมันอย่างเดิม

อีกทั้งดันเจี้ยนในภาคนี้มีงานดีไซน์ที่ไม่ธรรมดา แม้อาจจะไม่ได้ฉีกกฎของ Zelda ไปแบบภาค Breath Of The Wild แต่ก็มีอะไรให้พูดถึงจนทุกวันนี้ไล่ตั้งแต่การตวัดดาบที่เป็นหัวข้อหลักที่ต้นฉบับใช้หน้าจอย Wii Motion Plus ที่ทำให้ภาคนี้ Link จะใช้ดาบได้หลายองศาฟันได้หลายแนวทางที่ใช้เพื่อการต่อสู้กับศัตรูได้เหมือนจริงราวกับเป็นเกมต่อสู้ รวมทั้งยังคงใช้ช่วยสำหรับในการแก้ปริศนาในเกมได้เช่นการหมุนควงกระบี่ให้ศัตรูตาลาย ส่วนฉากก็มีการใส่ลูกเล่นหลายประเภทเข้ามาดังเช่น ดันเจี้ยนที่เล่นกับระบบในขณะที่พวกเราจะได้เล่นทั้งฉากอดีตกับปัจจุบันไปพร้อมกัน

ซึ่งทำให้มันซับซ้อนมากกว่าเดิมที่ผ่านมา 10 ปีก็ยังคงแปลกใหม่และสนุกท้าทายให้เราคิดจนถึงหัวระเบิดกันเหมือนเดิม รวมทั้งบอสในเกมที่ไม่ได้แค่ใช้ฝีมือต่อสู้ยังต้องหาแนวทางจัดการที่แตกต่างและต้องใช้อาวุธหลากหลายด้วย และในภาคนี้การใช้ดาบสำคัญมากมายตามชื่อของเกม ที่การกำหนดแนวทางการฟันเพื่อจู่โจมต้องต่อการต่อสู้กับบอสด้วย เช่นบางตัวมีหลายมือและการใช้ดาบต้องฝึกฝนใช้ฝีมือเพื่อต่อสู้กับมันด้วย ที่ขอบอกใบ้ไว้นิดนึงว่าการศึกในที่สุดกับบอสใหญ่ใน Skyward Sword ถือว่าสุดยอดระดับตำนานมาก

แต่ในภาคนี้ถือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควร อย่างที่บอกคือฉากหลักคือเมืองลอยฟ้าและตัวเอก Link จะมียานพาหนะเป็นนกยักษ์ที่บินไปบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และร่อนลงไปบนพื้นแผ่นดินที่จะค่อยๆปลดล็อกออกมาและเป็นที่อยู่ของฉากหลัก และ Skyward Sword ยังมาพร้อมกับค่าพลังความอึดของตัวละครที่ทำให้เราไม่สามารถวิ่งได้ยาวๆต้องพักรวมทั้งการปีนป่ายไปยังที่สูงด้วย ทำให้ต้องคิดวางแผนให้ดีไม่งั้นต้องหยุดพักก่อน ที่ค่าความอึดถูกเอามาใช้อีกครั้งในภาค Breath Of The Wild รวมทั้งระบบเครื่องป้องกันเช่นโล่ที่หากโดนโจมตีหนักๆแล้วจะพังได้ทำให้จำต้องเอามาซ่อมแซมรวมทั้งมีระบบอัปเกรดอาวุธด้วย

ส่วนดันเจี้ยนสุดซับซ้อนเหมือนเดิม โดยภาคนี้เราจะมีเพื่อนคู่คิดเป็นเทพประจำดาบนาม Fi ที่สามารถช่วยพวกเราบอกใบ้สิ่งต่างๆในเกมคล้ายกับเทพหรือนางฟ้าในภาคก่อน อย่างไรก็ตามในภาครีมาสเตอร์ได้เปิดให้เราสามารถปรับให้ Fi ไม่ออกมาบ่อยจนเกินไปทำให้เล่นได้ลื่นไหลมากขึ้น และของที่อยู่คู่กับ Zelda มานานอย่างเครื่องดนตรีที่ภาคนี้พวกเราจะได้เล่นฮาร์ป (พิณ) ในการช่วยแก้ปริศนาหรือเดินเรื่องราวและต้องเล่นมินิเกมกดตามจังหวะเหมือนเดิมด้วย แต่ว่าก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรและการเล่นดนตรีจะไม่ได้ซับซ้อนเท่าภาคเก่า