ทำไมคู่รักชอบเลิกกันวันวาเลนไทน์

สำหรับคนบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะคนที่ถูกบอกเลิก ในช่วงวาเลนไทน์ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์เวียนกลับมาในทุกปีที่สำคัญ วาเลนไทน์ มักถูกเลือกให้เป็นช่วงเวลาแห่งการ ตัดความสัมพันธ์ ของคู่รักจำนวนมากเสียด้วย เรียกว่าตีคู่กันมากับเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งมอบความสุขให้แก่กันในช่วงท้ายปีเลยทีเดียวนอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าการตั้งสถานะหรือ Status ในเฟซบุ๊กว่า อกหัก จะมีมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ทั้งสัปดาห์ก่อนหน้าและหลังจากหมดวันวาเลนไทน์ไปแล้วทั้งที่มีวันให้เลือกมากมาย แต่ทำไมคนที่ตัดสินใจบอกเลิกคู่รักถึงต้องเลือกช่วงเวลานี้ในการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และนี่คือเหตุผลที่จะทำให้เราได้กระจ่างขึ้นว่าเพราะอะไร

กดดันจากความคาดหวังของตนเอง

เมื่อช่วงเทศกาลวาเลนไทน์มาถึง คนที่มีคู่รักมักคาดหวังจากคนรักว่าจะต้องให้ของขวัญสุดพิเศษและคู่ควรแก่ความรักที่มีให้กัน ซึ่งหลายคนก็คาดหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ หรืออย่างน้อยอีกฝ่ายก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจคนรักที่มากกว่าวันอื่น ๆ

เมื่อคาดหวังเอาไว้มากแต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่วาดฝันไว้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากเท่ากับตนเอง หรืออาจลืมไปว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก จึงเกิดความน้อยอกน้อยใจที่คนรักไม่เห็นคุณค่า ทำให้อาจเกิดอารมณ์หุนหันพลันแล่นจนตัดสินใจบอกเลิกออกไป

อดเปรียบเทียบคู่อื่นในโลกออนไลน์ไม่ได้

เมื่อโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้แชร์ความสุขของตัวเองให้โลกรู้ บรรดาคู่รักที่ชอบสวีทออกสื่อ ก็มักจะโพสต์กิจกรรมของตนเองกับคนรักให้เพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์ได้รับรู้ ไม่ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน หรือได้รับของขวัญในโอกาสพิเศษจากคนรัก

การที่ได้เห็นคู่รักคู่อื่นโชว์หวานต่อกัน ในขณะที่คู่ของตัวเองไม่มีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง จึงอดเกิดการเปรียบเทียบไม่ได้ ซึ่งผลการศึกษาโดยนักจิตวิทยาที่เผยแพร่ในวารสาร Computers in Human Behavior พบว่าคู่ที่เปรียบเทียบชีวิตและความสัมพันธ์ของตัวเองกับเพื่อนในโลกออนไลน์ มักจะมีอารมณ์หดหู่ ไม่พอใจคู่ของตัวเอง และอยากให้คนรักทำให้ได้เหมือนคู่อื่นๆ บ้าง เมื่อเกิดความคาดหวังในสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกกดดันและไม่พอใจ สุดท้ายจึงนำไปสู่การเลิกราในที่สุด

ความสัมพันธ์เข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว

การที่ความสัมพันธ์ของคนสองคนเข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว จึงมีสิทธิ์ที่จะแตกหักกันง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งวันวาเลนไทน์เป็นโอกาสอันดีของทั้งสองฝ่ายที่จะได้ขอคืนดีหรือปรับความเข้าใจกัน แต่ถ้าวันนั้นกลับไม่มีของขวัญใด ๆ ไม่มีคำพูดหรือท่าทางใด ๆ ที่แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ต่อกัน วันนั้นก็อาจจะกลายเป็น ฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ความรักต้องขาดสะบั้นลง

จากผลการศึกษาของดร. John Gottman นักจิตวิทยาและนักวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน พบว่าการที่คนรักไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายคิดหรือต้องการ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดได้ และหากปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะกลายเป็นปมในใจที่อาจนำไปสู่การมีปากเสียงและเรื่องราวดราม่ารุนแรงได้

 

ขับรถกลางคืนยังไงให้ปลอดภัย

หลายๆคนก็มักจะออกเดินทางก่อน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด จึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทาง ขับรถตอนกลางคืน เพื่อให้ไปถึงที่หมายในช่วงเช้าตรู่ เตรียมพร้อมพักผ่อน และออกเดินทางไปเที่ยวต่อตามแผน แต่การขับรถในเวลากลางคืนนั้นจะต้องใช้สมาธิ และมีสติในทุกๆ ช่วงเวลาในการขับขี่ เนื่องจากความมืดมิดในเส้นทางจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนเราจึงมาแนะนำวิธีการขับรถตอนกลางคืนยังไงให้ปลอดภัยมาฝาก

เตรียมร่างกายให้พร้อม

ก่อนที่จะเดินทางไปไหน หรือต้องขับรถไกลๆ ในช่วงเวลากลางคืนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมร่างกายให้พร้อมนั้นก็คือ พักผ่อนให้เพียงพอครับ เพราะหากร่างกายไม่พร้อมต่อการขับขี่ในช่วงกลางคืนและระยะทางไกลๆ แบบนี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการหลับในได้ หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถในช่วงเวลากลางคืนก็อย่าลืมนอนหลับให้เพียงพอก่อนที่จะเดินทางด้วยนะ

ระบบไฟต้องพร้อม

ที่สำคัญหากคุณจะต้องเดินทางในช่วงเวลากลางคืน ระบบไฟภายในรถนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะหากระบบไฟของคุณดันมีปัญหาขึ้นมา หรือมีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากเส้นทางที่ไม่คุ้นชินหืออาจจะเกิดจากรถที่ขับตามมาที่มองไม่เห็นรถของคุณก็เป็นได้

งดทานยาที่ทำให้ง่วง

หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถตอนกลางคืน เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว หรือไปทำธุระในสถานที่ต่างๆก็ควรที่จะงดทานยาที่ทำให้ง่วงนอนด้วยนะเพราะฤทธิ์ยาที่ส่งผลทำให้ง่วงนอนนั้นเป็นสิ่งที่อัตรายในการขับขี่มากๆ และยิ่งเจอบรรยากาศที่มืดๆชวนให้นอนแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้คุณเกิดอาการวูบหลับได้ง่ายๆ และอาจทำให้เกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุได้

ระวังรถจอดไหล่ทาง

ในการขับรถตอนกลางคืนนั้น เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยเดินทางตอนกลางคืนก็มักจะพบเจอรถที่จอดบริเวณไหล่ทางอยู่บ่อยครั้ง และโดยส่วนมากก็จะเป็นรถสิบล้อ รถพ่วง หรือรถบรรทุกต่างๆ ที่มักจะจอดรถบนไหล่ทาง เพื่อพักผ่อนหลับนอนกันอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงรถยนต์บางคันที่จอดเสียอยู่บนไหล่ทาง ซึ่งมักจะไม่ค่อยยอมเปิดไฟฉุกเฉินบอกรถคันอื่น แต่ชอบที่จะเอากิ่งไม้มากั้นไว้แทนซึ่งหากใครที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และยิ่งขับรถตอนกลางคืนที่มีทัศนวิสัยไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว ก็ต้องคอยระวังรถที่จอดไหล่ทางเอาไว้ด้วยนะครับ อย่าขับเพลินจนไม่ทันสังเกตเดี๋ยวกะขับไปขนท้ายรถที่จอดไหล่ทางได้

ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า

การขับรถในช่วงกลางคืนนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดีมากนัก จึงควรที่จะเว้นระยะให้ห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าตอนช่วงกลางวันนะ เพราะคุณคงไม่สามารถประเมินรถคันข้างหน้าได้ว่าไปส่องสว่างของรถคันนั้นสว่างมากพอเพียงใด และหากขับใกล้มากจนเกินไปอาจทำให้คุณขับชนท้ายรถคันหน้าได้ง่ายๆ หรือหากมีรถคันไหนจี้ท้ายคุณมาก็ควรที่จะหลบให้รถคันนั้นขับแซงไปก่อนจะดีที่สุด

หยุดพักบ้าง

หลายๆ คนก็คงจะอยากไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดโดยไม่อยากที่จะเสียเวลาหยุดแวะพักที่ไหน แต่เชื่อเถอะครับว่าการขับรถตอนกลางคืนที่บรรยากาศชวนให้นอนแบบนี้ การพักรถเป็นระยะๆ จะช่วยให้คุณถึงที่หมายโดยปลอดภัยได้ เพราะความเมื่อยล้าจากการขับรถทางไกลเป็นเวลานานๆ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้นะ จึงควรหยุดพักเป็นระยะพร้อมทั้งลงจากรถเปลี่ยนอิริยาบท เพื่อความกระปรี้กระเปร่า และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางต่อไป

 

การบริหารร่างกาย

               เนื่องจากการออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในแต่ละวัน ช่วยเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงและช่วยลดไขมันที่สะสมตามตัว การบริหารร่างกายถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

               ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นและการทรงตัว รวมทั้งเป็นการอบอุ่นร่างกายมีหลากหลายท่าทาง และแต่ละท่าทางให้ทำทั้งด้านซ้ายและขวา โดยให้ทำค้างไว้แล้วนับ 1-10 จากนั้นให้เปลี่ยนท่าใช้เวลากับท่านี้ซัก 10 นาที

ท่าหมุนหัวไหล่ใช้มือแตะหัวไหล่แล้วหมุน

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าแขน ยื่นแขนออกแล้วแบมือลงจากนั้นใช้มืออีกข้างหนึ่งดัดนิ้วมือทั้ง 5 ค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลังแขน ยกมือซ้ายไขว้หลังแล้วใช้มือขวายืดศอกซ้ายข้างไว้ทำสลับข้างกัน

ท่ายืดกล้าเนื้อไหล่ ใช้บริเวณข้อพับของแขนข้างซ้ายหนีบศอกขวาเหยียดแขนตรงไปทางซ้ายแล้วยืดเส้นค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าอก แอ่นหน้าอกไปด้านหน้าแล้วประสานมือยื่นออกไปด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง ก้มหลังลงนิ้วแตะพื้น

ท่ายืดกล้ามเนื้อท้อง เงยหน้าขึ้นยืดกล้ามท้อง

ท่ายืดกล้ามเนื้อขา ก้าวขาออกมาด้านหน้าแล้วตรึงไว้ทีละข้างย่อขาหลังลง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าขาใช้ปลายมือจับปลายเท้ายึดไว้จากด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง ก้าวขาใดขาหนึ่งออกมาแล้วย่อขาที่ก้าวออกมาด้านหน้าจากนั้น ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งกดบนหัวเข่าไว้เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง

ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะทำให้มีการเผาผลาญเพิ่มขึ้ช่วยให้ลดน้ำหนักและควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น มี 7 ท่า

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านหน้า ยกน้ำหนักขึ้นลงในท่ายืน

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านล่าง ยกน้ำหนักขึ้นพับแขนไปด้านหลัง

ท่ากล้ามเนื้อหัวไหล่ ยกที่ยกน้ำหนักไว้ที่ลำตัวอาจจะที่ยกน้ำหนัก มีปริมาณน้ำหนักที่ไม่หนักมากยกซัก 2 อัน สำหรับด้านซ้ายและขวา ยกไว้แล้วยืนตรงแนบลำตัวจากนั้นกางออก ทำซ้ำๆ

ท่ากล้ามเนื้ออก ยกดรัมเบลขึ้น ให้ดรัมเบลอยู่ในระดับหู ตั้งฉากมือทั้งสองข้าง แล้วแยกออกหุบแขนเข้าออก

ท่ากล้ามเนื้อท้อง ใช้ท่า ซิทอัพ

ท่ากล้ามเนื้อหลัง นอนตั้งขาขึ้นเหมือนการซิทอัพแล้วยกสะโพกขึ้นลง

ท่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า นั่งบนเก้าอี้และยกขาขึ้นเหยียดตรงออกไปด้านหน้า พร้อมทำสลับซ้ายขาว

 

 

 

 

เทคนิคเติมความหวานให้ความรัก

สำหรับคู่รักที่รักกันไปนานๆ อาจจะละเลยกันไปแบบไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นไม่ดีแน่จริงไหม เราเลยนำเทคนิคการเติมความหวานให้ความรัก มาให้กับคนรักกัน รับรองว่าหากทำตามแบบนี้ต่อกันทุกวันแบบสม่ำเสมอ ความรักของคุณจะไม่มีวันจืดแน่นอน

  1. หวานให้เป็นเรื่องปกติ

หมั่นแสดงความรักต่อกันให้เป็นเรื่องปกติประจำวัน เช่น บอกรักก่อนนอน หอมสักฟอดก่อนไปทำงาน ที่สำคัญอย่าลืมกอดกันในทุกๆ วันด้วยนะคะ หรือจะเลือกใช้สรรพนามเรียนแทนชื่อกันแบบน่ารักๆ ก็ช่วยกระชับความรักให้แน่นขึ้น

  1. มีของขวัญให้กันบ้าง

เติมความหวานด้วยของขวัญ เป็นไอเดียบอกรักสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยมในหมู่คู่รักมานาน เพราะฉะนั้นจงจดจำวันพิเศษต่างๆ ใน 1 ปีให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญทางปฏิทิน หรือวันสำคัญทางใจ ก็ต้องมีนะ

  1. รักออนไลน์

กระแสโซเชียลกำลังครองโลก เพราะฉะนั้นเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ ด้วยการแสดงความรักผ่านทุกโซเชียลที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสเตตัสหวานๆ หรือโพสต์รูปอวดชาวโซเชียลไปเลยก็ได้ รับรองว่าสิ่งนี้จะช่วยให้คุณและคนรักกระชุ่มกระชวยหัวใจและแอบยิ้มเบาๆ เมื่อเห็นเขาโพสต์ถึงคุณ

  1. จัดดินเนอร์สุดโรแมนติก

กินข้าวที่บ้านหรือร้านประจำหน้าปากซอยทุกวันมันก็คงเบื่อจริงไหม ถ้าอย่างนั้นลองชวนกันไปเปลี่ยนบรรยากาศโดยไม่ต้องรอวันสำคัญใดๆ ให้มาถึง เพราะมื้อพิเศษที่มีแค่คุณและคนรักท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกจะทำให้คุณทั้งสองดื่มด่ำความรักที่มีต่อกันได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ให้อารมณ์เหมือนเดทแรกของคุณทั้งสองก็ว่าได้

  1. ต้องยอมๆกันบ้าง

แม้จะรักกันแค่ไหนแต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันไปหมดซะทุกอย่าง แต่บางครั้งเพื่อความรักที่หวานชื่น คุณอาจจะต้องยอมลดและตามใจอีกฝั่งในบางเรื่องบ้าง เพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ถ้าคุณลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนรัก แบบที่เขาคาดไม่ถึงว่าเขาจะทำ รับรองว่าเขาจะแอบฟินแบบมีพลุระเบิดอยู่ในใจแน่นอน

  1. ออกไปเที่ยวกันบ้าง

การท่องเที่ยวทำให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ทริปรักแสนโรแมนติกท่ามกลางบรรยากาศสายลม แสงแดด เสียงคลื่น หรือวิวภูเขาสวยงามท่ามกลางไอหมอกหนาวเย็น ก็ช่วยกระชับสัมพันธ์ให้หัวใจได้ใกล้กันทั้งนั้น แต่ถ้าอยากจะพิสูจน์รักแท้ก็ต้องลองไปบุกป่าฝ่าดงด้วยกันสักหน่อย เพราะความยากลำบากจะเผยให้เห็นถึงหัวใจที่แท้จริงของกันและกัน ความเอื้ออาทรระหว่างการเดินทางนั่นแหละคือสัญญาณของรักแท้

  1. รำลึกความหวาน

เรื่องรักแสนหวานในวันวานจะทำให้หัวใจได้เบ่งบานอีกครั้ง ลองนึกย้อนดูว่าแรกกันกันใหม่ๆ คุณทำอะไรให้กันบ้าง อาจชวนกันไปรำลึกอดีตรักยังสถานที่ที่พบกันครั้งแรกหรือออกเดทกันครั้งแรก เปิดเพลงรักเพลงเก่าที่เคยให้กันสมัยวัยรุ่น พูดคุยถึงเรื่องราวในวันวานให้ได้อมยิ้มกันเบาๆ เปิดดูภาพเก่าๆ ให้หวนคิดถึงความทรงจำสุดสวีท

  1. เซอร์ไพรส์

การเซอร์ไพรส์ยังคงเป็นมุกรักที่ใช้มัดใจได้ตลอดกาล แต่บอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องทำเซอร์ไพรส์กันแบบเวอร์วังเสมอไป แต่ความพิเศษเล็กน้อยที่ทำให้กันก็ช่วยเติมเต็มชีวิตรักสดใสได้ แอบส่งดอกไม้ให้กันบ้าง หรือให้ของขวัญที่คาดไม่ถึง เพียงเท่านี้ก็น่าประทับใจแล้ว

  1. เสน่ห์ปลายจวัก

อาหารจานไหนก็ไม่ตราตรึงเท่ากับจานที่ปรุงด้วยฝีมือและหัวใจของคุณเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสะดวกซื้อที่การทำอาหารกินเองถือเป็นความยุ่งยากระดับสิบ การทำอาหารจานโปรดให้คนรักกินสักมื้อจึงกลายเป็นความพิเศษที่ช่วยสานรักให้แนบแน่น และจะยิ่งสวีทขึ้นไปอีกถ้าได้ช่วยกันทำช่วยกันกิน รับรองว่ารสชาติความรักของคุณจะหวานที่ไม่ต้องปรุงน้ำตาลเพิ่มเลย

  1. มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

จูงมือกันไปทำกิจกรรมที่คุณและคนรักชื่นชอบ หรือจะเปลี่ยนแนวไปทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่คุณและคนรักไม่เคยทำร่วมกันมาก่อนก็ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจไปอีกแบบ หรือหากคุณเป็นคู่รักนักชิมก็อาจจะชวนกันไปเดินสายกินไปเลย

  1. ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน

กุศลผลบุญทางธรรมก็ช่วยหนุนนำให้ความรักหวานชื่นราบรื่นได้เหมือนกันนะคะ หาเวลาชักชวนกันไปทำบุญ ไม่ว่าจะเป็น ที่วัด หรือตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้แล้วแต่ความสะดวก เพราะเมื่อได้ทำบุญแล้วจิตใจจะได้สบาย ก็ส่งผลให้เรื่องราวรอบกายดีขึ้นไปด้วย

  1. ชูรัก ชูรส

กิจกรรมบนเตียงคือเรื่องสำคัญที่ทำให้ชีวิตรักหวานชื่นนะคะ เพราะเราเห็นมานักต่อนักแล้วว่าการที่คู่รักห่างหายจากการทำการบ้านก็ส่งผลให้ความรักนั้นจืดจางลงไปได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจัดสรรตารางเวลากันให้ดีๆ คุณผู้ชายก็ต้องออกกำลังกายฟิตเครื่องกันหน่อย ส่วนคุณผู้หญิงเมื่อถึงเวลาก็รู้จักการเอาอกเอาใจเข้าไว้นะคะ ไม่ต้องเขินอายไปเพราะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ

  1. โซ่ทองคล้องใจ

หากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนจนรู้สึกเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาที่จะหาอีกหนึ่งชีวิตมาร่วมเติมเต็มแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นวางแผนผลิตทายาทตัวน้อยๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจกันดีกว่า เพราะสิ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ให้คุณทั้งคู่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน รับรองว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเบ๋บี๋ตัวน้อย จะช่วยเติมรักของบ่าวสาวที่มีให้ยืนยาวมั่นคงขึ้นแน่นอน

 

 

 

 

คบเด็กต้องเอาให้อยู่

บทความ

สำหรับคนที่มีแฟนเด็กบอกเลือกที่จะคบเด็กเลยตรงนี้ ให้เลือกหน้าเด็กที่หน้าแก่กว่าเราไม่งั้น เวลาเค้าจินึกว่าเดินมากับคุณแม่ไม่ก็คุณพี่ !!!!!!!! สำคัญมากกถ้าผู้หญิงมีแฟนเด็กต้องดูแลตัวเองให้ดูเด็กเวลาไปเดินด้วยกันจะได้ไม่โดนทักว่ามากับแม่หรอค่ะ เราเคยมีแฟนเด็กแล้วแฟนเรายิ้มหน้าเด็ก มันก็เด็กจริง ๆ เราห่างกันแค่ 6 ปีเอง อายุเป็นเพียงตัวเลข ถ้าใครว่าเราแก่แต่ไม่แคร์บอกเลยแฟนเราหล่อ แต่คบเด็กบอกตรง ๆ เหนื่อยแล้วยิ่งถ้ามันหล่ออ สาวเยอะเข้าหาเยอะอีกเป็นกลุ้ม

อันดับแรกเราต้องดูแลตัวเอง เข้าไว้ให้ดูดีตลอดเวลา

 

1.ไม่เครียด

2.ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส

3.มีความสุขอะไรก็ทำไป

4.ทาครีมบำรุงสำคัญมาก

5.ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อบำรุงผิวไปในตัว

6.การนอนสำคัญ นอนก่อนเที่ยงคืน

  นี้แค่เป็นบทเรียนง่าย ๆ ที่เราควรทำต่อให้เราไม่มีแฟนเด็กแต่เราก็ควรที่จะทำให้ตัวเองดูดีตลอดเวลา ง่าย ๆ คือรักตัวเองค่ะ

เคล็ดลับการคบเด็กให้ยั่งยืน..

1.ความคิด เป็นสิ่งสำคัญ เด็กชอบเพราะเราดูเป็นผู้ใหญ่ ไม่งี่เง้า งอแงง เหมือนเด็ก แต่สุดก็แล้วแต่กรณีไป 

2.ความสวย คบเด็กยิ้มต้องดูแลตัวเองคูณ2 คูณ3 พอเดินด้วยกันจะได้ไม่อายใคร ถ้ายิ่งแฟนหล่อแล้วเรายิ่งต้องดูแลตัวเองเข้าไว้

3.ความรวย (บางคน) มีเงิน ทำสวยค่ะจัดไป ร้อยไหม นมตูม หน้าเด้ง ฟิตกระชับ

4.ความเข้าใจในความเป็นเด็กเพราะเราเคยเป็นเคยผ่านมาเข้าใจว่าเป็นอย่างไง ร้ายบ้าง ดีบ้าง ต้องเข้าใจค่ะต้องตามเกมเด็กให้ทัน

5.คำพูด อันนี้สำคัญมาก เพราะยิ่งถ้าเราโตเราต้องคิดก่อนพูดเสมอ คำพูดถ้าออกมาจากปากแล้วมันเอาคืนไม่ได้

 6.เอาใจให้เป็น ทำไมต้องเอาใจให้เป็นก็เพราะว่าเด็กบางคนชอบให้เราเอาใจ แต่ไม่ควรเอาใจจนมากเกินไป

7.วางฟรอม อย่า ให้มันหมด ต้องเล่นตัวให้เป็น

8.เจ้าชู้พอน่ารักให้เด็กมันรู้ว่าเรามีคุณค่า ที่สำคัญอย่าทำตัวไรค่า เด็ดขาด

9.เว้นที่ว่างให้เค้ามีเพื่อน เพราะเด็กผู้ชายทุกคนมีสังคม เล่นกีฬาอะไรแบบนี้

10.เที่ยว หาประสบการณ์ไรแปลกใหม่ พาไปเก็บความทรงจำกันเยอะ ๆจะได้คิดถึงกัน

11.เวลา เด็กต้องการเวลา ถ้าไม่มีเวลาให้มันจะไปเที่ยวหากระต่ายนอกบ้าน ต้องมีเวลาให้มัน

12.ก่อนคบ….บอกนิสัยชอบไม่ชอบตรงไหนกันหาวิธีแก้กัน คำพูดของเด็ก บางคำต้องเข้าใจค่ะ ปากดี มั่งก็มี. สัญญากันแล้วทำไม่ได้ก็มี  เราอย่าคาดหวังอะไรกับเด็กมากเกินไป ปลงค่ะ หรือคุยกัน ถ้าทำไม่ได้น่าพูดมันเสียความรู้สึก

13.อย่า โกธรนาน ไม่ควรโกธรกันนานข้ามวันเด็ดขาด

14.ใจเย็น คบเด็กมันต้องใจเย็นเข้าไว้ เพราะพวกนางจะงอแงเป็นที่หนึ่ง

 15.ถ้าไม่ไหวให้เงียบบ แล้วค่อยมาคุยกัน เงียบในที่นี้คือไม่ควรเดินหนีเด็ดขาด

16.ทำตัวให้มีคุณค่า  อันนี้สำคัญถึงเด็กมันรักเราแต่ถ้าเราทำตัวไม่มีคุณค่าอย่าว่าแต่เด็กเลยค่ะ คนอื่นคงไม่เอา

 17.การที่ทำให้เค้ารู้สึกสบายกายสบายใจค่ะ อยู่กับเราเค้ารู้สึกมีความสุข ช่วยแก้ปัญหาให้เค้าและคอยอยู่ข้าง ๆ เป็นกำลังใจให้เค้า แค่นี้เค้าคงไม่ไปไหนแล้วล่ะ

 

*******อยากเตือน การใช้อารมณ์ ถ้าคุณคิดเอาอารมณ์เป็นใหญ่มันไม่ได้เป็นผลดีทั้ง 2ฝ่ายนะคะทางออกคือการยอม ไม่ใช่ยอมทุกเรื่อง แต่เป็นการยอมซึ่งกันและกัน ถ้าคนหนึ่งแรงมา อีกฝ่ายต้องถอยค่ะ ถ้าแรงกับแรง มันจะเป็นไฟค่ะ สุดท้ายก็ต้องเสียใจ ^^ ***********