รีวิวเกม Temple Run 2

เกม Temple Run 2 อยากจะมาแนะนำให้เพื่อนๆลองเล่นดู 

Temple Run 2 เกมในตำนานใครที่เคยเล่นมาแล้ว ให้นึกออกอีกครั้งนั่นก็คือเกมTemple run 2 เกมนี้เป็นเกมเกี่ยวกับวิ่งหาสมบัติต่างๆเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายเพราะว่ามันมีการผจญภัยในเกมเลยนะจ๊ะ ยิ่งอยู่บ้านเบื่อๆหรือเบื่อเกมที่เล่นอยู่งั้นทดลองหันมาเล่นเกมนี้มองถ้าหากอยากทราบว่าเกมนี้เป็นเกี่ยวกับอะไรแบบไหน สนุกยังไงงั้นเราไปดูกันเลย

ในเกมเราจะต้องคอยวิ่งหลบสิ่งกีดขวางซึ่งในแต่ละด่านก็จะมีความเร็วแล้วก็จะมีเถาวัลย์หรืออุปสรรคต่างๆเวลาเราเล่นนั้นเราต้องรอมองดีๆแล้วก็ต้องคอยกดให้ทันพยายามเก็บเหรียญให้เยอะที่สุดเพราะว่าเหรียญมันจะเรียงกัน บนทางเดินที่เราวิ่งมามันจะเป็นแนวยาวมาเลยมันจะไม่ได้กระจายเป็นหย่อมๆ

พวกเราจำต้องรอดูทางรวมทั้งจำเป็นต้องคอยระวังหลบพวกหินต่างๆด้วยถ้าเกิดพวกเราไปชนเข้ามาอาจจะเป็นผลให้แต้มชีวิตในเกมของเรานั้นหายไปเลยก็ได้สำหรับการวิ่งนั้นพวกเราจะมี ตัวประหลาดรอวิ่งตามพวกเราช่วงแรก แต่ว่า ความสนุกสนานร่าเริงยังไม่หมดเท่านั้นด้วยเหตุว่าพวกเราสามารถอัพเกรดข้าวของที่มีในเกมได้ด้วย เหรียญในเกมนี้จะเป็นรูปร่างลักษณะก้างปลาสีทองนั่นเองและยิ่งเวลาเราเล่นนานเข้าไปเรื่อยๆความเร็วเขาก็จะเร็วมากเวลาที่เราวิ่งเก็บ เหรียญเราจะใช้การอาศัยขยับโทรศัพท์ไปตามทิศทางต่างๆนั้นเองอย่างเช่นเหรียญอยู่ทางซ้ายเราก็จะเอียงโทรศัพท์ของเราไปทางซ้ายถ้ามันอยู่ข้างขวาแล้วก็เอียงไปทางขวาเวลาที่เราเจอพื้นที่มันขาดกันหรือสิ่งกีดขวางให้กระโดดขึ้นและก็หมอบลงไป และพยายามอย่าให้ตัวเองนั้นถูกพวกสิ่งกีดขวางได้นั่นเองแต่ถ้าสมมุติเราชนของแล้วชีวิตหายไปแล้ว และเราเล่นได้แต้มเยอะอยู่แล้วก็สามารถชุบชีวิตได้โดยการดูวิดีโอนั่นเอง

 

ความสนุก รีวิวให้คะแนน

หลายคนบางทีอาจจะคิดว่าเพียงแค่เป็น เกมปกติมองไม่เห็นมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจหรือสนุกสนานตรงไหนเลยใช่ไหมพวกเราจะบอกว่าคุณจะต้องทดลองไปโหลดมาเล่นกันดูแล้วคุณจะรู้ว่าในเกมนั้นมีความตื่นเต้นให้พวกเราได้สัมผัสตั้งแต่ที่พวกเราเริ่มเกมตั้งแต่ด่านแรกเลยพวกเราเล่นเกมนี้มันไม่ได้ไร้สาระอย่างเดียวนะ มือต้องไว สมองต้องไวแล้วก็ตาก็จะต้องไหว เรื่องส่วนตัวเลยที่ชอบมากก็คือเกมสามารถหยุด Stop ระหว่างในเวลาที่เราวิ่งได้ ไม่รู้ว่าหลายๆคนเป็นเหมือนเราไหมเวลาเล่นเกมปุ๊บก็จะโดนเรียกใช้หรือต้องมีเรื่องทำอะไรแบบนี้ บางเกมมันไม่สามารถหยุดได้ แล้วเราก็ต้องปล่อยให้วิ่งชนเครื่องกีดขวาง โดยที่พวกเราทำคะแนนมาได้ดีแล้วก็จำต้องมาจบ เนื่องจากเราต้องไปทำธุระอย่างอื่นหรือมีคนเรียกเรานั่นเองซึ่งเกมนี้เราชอบมากเลยช่วยลดปัญหาในการเริ่มเกมใหม่เริ่มนับหนึ่งใหม่ในเกมนั่นเอง

สรุป ความคุ้มค่า : 10/10 เกมฟรีโหลดฟรีเนอะ ไม่คิดไรมากมาย กราฟฟิก : 6.5/10 ไม่ค่อยเท่าไร บางฉาก Texture ก็มัวๆเกมเพลย์ : 7/10 เหมาะสมแก่การฆ่าเวลา ไม่ได้เล่นแบบเอาจริงเอาจัง ดนตรี : 5/10 เพลงในเกมดูท้าทาย แต่เสียง Effect ต่างๆไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม

ตัวช่วยลดอาการเจ็บปวดให้คุณแม่คลอดลูกวิธีธรรมชาติ

คุณแม่ที่เลือกคลอดธรรมชาติ จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการเจ็บปวดในขณะคลอดได้เลย และย่อมต้องเผชิญอาการเจ็บปวดอย่างเกินบรรยาย แต่ทราบหรือไม่ว่ามีตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดอาการเจ็บปวดให้คุณแม่ได้ มาลองดูกันเลยดีกว่าว่าตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดอาการเจ็บปวดสำหรับการคลอดแบบธรรมชาติมีอะไรกันบ้าง

1.การเตรียมพร้อมร่างกายมาเป็นอย่างดี

ร่างกายที่เตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับการคลอดธรรมชาติก็คือ ร่างกายที่แข็งแรง เนื่องจากช่วยให้คุณแม่คลอดได้ง่าย มีแรงในการเบ่งได้มาก ดังนั้นในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จึงควรใส่ใจในการดูแลตัวเองให้ดี ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยๆ คุณแม่ควรนอนให้ได้วันละ 7 ชั่วโมง และเน้นการออกกำลังกายที่ปลอดภัยต่อร่างกายที่กำลังตั้งครรภ์ด้วย วิธีง่ายๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่มีร่างกายที่เตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับการคลอดธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้

2.สมาธิ

สมาธิเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดความเจ็บปวดให้คุณแม่ที่เลือกคลอดธรรมชาติได้ โดยในระหว่างคลอดคุณแม่จะสามารถทำสมาธิและกำหนดลมหายใจเข้าออกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถกำหนดจิตเพื่อจดจ่อกับสิ่งต่างๆ จนสามารถลดความเจ็บปวดในระหว่างคลอดได้

3.สามี

สามีถือเป็นบุคคลสำคัญที่แม้จะอยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยลดความเจ็บปวดในระหว่างคลอดได้ เพราะสามีคือตัวช่วยทางใจที่ช่วยให้คุณแม่รู้สึกอบอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน แม้ในบางกรณีสามีจะไม่สามารถเข้าไปให้กำลังใจคุณแม่ระหว่างคลอดได้อย่างใกล้ชิด แต่ก็สามารถรอที่หน้าห้องคลอด เพื่อที่คุณแม่จะสามารถมองเห็นเป็นคนแรกหลังออกจากห้องคลอดนั่นเอง

4.น้ำอุ่น

น้ำอุ่นช่วยลดอาการเจ็บปวดให้กับคุณแม่ที่เลือกคลอดในน้ำ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดอาการเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคุณแม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ รวมทั้งอุณหภูมิของน้ำที่มีความเหมาะสมก็ช่วยลดการหดเกร็งของช่องท้องได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้ดีอีกด้วย

5.ท่าคลอดที่เหมาะสม

ในส่วนของท่าคลอดที่เหมาะสมนั้นคือ ท่าคลอดตามแรงโน้มถ่วงโลก เช่น ท่าแมว หรือ PSU Cat Position เป็นท่าที่ใช้แรงโน้มถ่วงช่วยในการเคลื่อนตัวของทารก จึงทำให้มดลูกเกิดการหดรัดตัวได้ดี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของคุณหมอที่ทำคลอดเองด้วยว่าจะให้คุณแม่เลือกใช้ท่าคลอดแบบไหนที่เหมาะสมมากที่สุด

นอกจากตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บในระหว่างคลอดธรรมชาติที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น ความอดทนของคุณแม่ และการนึกถึงทารกน้อยที่กำลังจะได้เจอในอีกไม่กี่นาทีก็มีส่วนช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดในระหว่างคลอดได้เช่นกัน

 

สาเหตุของกลิ่นปาก พร้อมเทคนิคช่วยดับปัญหากลิ่นปาก

กลิ่นปากเกิดจากความผิดปกติในช่องปาก ทั้งการมีแผลในช่องปาก เช่น แผลร้อนใน ซิฟิสิส แผลที่เกี่ยวกับเหงือกและฟัน เช่น ฟันผุ ทำให้มีเศษอาหารติดค้างในช่องฟัน การเกิดหนองที่รากฟันจากอาการฟันผุ รวมทั้งโรคปริทันต์ หรือโรคเหงือกอักเสบ ที่ส่งผลให้เกิดคราบจุลินทรีย์ นอกจากนี้การหลั่งของน้ำลายที่น้อยผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป ความเครียด หรือเป็นความผิดปกติจากอาการป่วย ก็ส่งผลต่อการเกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน เพราะโดยปกติแล้วน้ำลายจะค่อยช่วยทำความสะอาดภายในช่องปาก ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและลดการเกิดกลิ่น แต่หากร่างกายขาดน้ำ การผลิตน้ำลายออกมาเพื่อต่อกรกับสิ่งสกปรกภายในช่องปากก็เป็นไปได้น้อยเช่นกัน

ส่วนสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากที่เกิดภายนอกช่องปาก ก็มีทั้งการสูบบุหรี่ ซึ่งกลิ่นของบุหรี่จะตกค้างในปาก การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม เครื่องเทศ สะตอ หรือแม้แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ด้วย

นอกจากนี้ กลิ่นปากยังเป็นสัญญาณบอกอาการเจ็บป่วย เพราะกลิ่นปาก อาจเกิดจากอาการเจ็บป่วยของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ทอนซินอักเสบ ไซนัสอักเสบ โรคมะเร็งโพรงจมูก และโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย รวมทั้งโรคปอดและวัณโรค

วิธีป้องกันและรักษากลิ่นปาก

1.รักษาสุขภาพในช่องปากสม่ำเสมอ ด้วยการแปรงฝันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดได้ลึกถึงซอกฟัน อย่างไหมขัดฟัน ร่วมด้วย เพราะบางครั้งการแปรงฟันอย่างเดียวอาจเข้าไม่ถึงซอกฟันที่มักมีเศษอาหารขนาดเล็กติดค้างอยู่

2.คนที่มีปัญหาเรื่องน้ำลายน้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถแก้ไขได้ด้วยการดื่นน้ำเยอะ โดยหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ หรือใช้วิธีบ้วนปากด้วน้ำสะอาดบ่อยๆ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

3.หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นแรง หรือหากรับประทานแล้วก็ควรทำความสะอาดช่องปากและฟันเพื่อขจัดกลิ่นปาก

4.หากปัญหาของกลิ่นปากเกิดขึ้นจากโรคที่เกี่ยวกับเหงือกและฟัน ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายขาด และหมั่นไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ

ตัวช่วยในการดับกลิ่นปากอย่าง หมากฝรั่ง สเปย์ดับกลิ่นปาก น้ำยาบ้วนปาก เม็ดอมดับกลิ่นปาก สามารถช่วยแก้ปัญหากลิ่นปากได้ แต่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น หากต้นต่อของปัญหากลิ่นปากจริงๆ ไม่ได้ถูกแก้ไข ดังนั้นหากต้องการแก้ปัญหากลิ่นปากอย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ ควรแก้ไขที่สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดกลิ่นจะดีที่สุดค่ะ

 

ทำไมคู่รักชอบเลิกกันวันวาเลนไทน์

สำหรับคนบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะคนที่ถูกบอกเลิก ในช่วงวาเลนไทน์ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์เวียนกลับมาในทุกปีที่สำคัญ วาเลนไทน์ มักถูกเลือกให้เป็นช่วงเวลาแห่งการ ตัดความสัมพันธ์ ของคู่รักจำนวนมากเสียด้วย เรียกว่าตีคู่กันมากับเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลส่งมอบความสุขให้แก่กันในช่วงท้ายปีเลยทีเดียวนอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าการตั้งสถานะหรือ Status ในเฟซบุ๊กว่า อกหัก จะมีมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ทั้งสัปดาห์ก่อนหน้าและหลังจากหมดวันวาเลนไทน์ไปแล้วทั้งที่มีวันให้เลือกมากมาย แต่ทำไมคนที่ตัดสินใจบอกเลิกคู่รักถึงต้องเลือกช่วงเวลานี้ในการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และนี่คือเหตุผลที่จะทำให้เราได้กระจ่างขึ้นว่าเพราะอะไร

กดดันจากความคาดหวังของตนเอง

เมื่อช่วงเทศกาลวาเลนไทน์มาถึง คนที่มีคู่รักมักคาดหวังจากคนรักว่าจะต้องให้ของขวัญสุดพิเศษและคู่ควรแก่ความรักที่มีให้กัน ซึ่งหลายคนก็คาดหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ หรืออย่างน้อยอีกฝ่ายก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจคนรักที่มากกว่าวันอื่น ๆ

เมื่อคาดหวังเอาไว้มากแต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่วาดฝันไว้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากเท่ากับตนเอง หรืออาจลืมไปว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก จึงเกิดความน้อยอกน้อยใจที่คนรักไม่เห็นคุณค่า ทำให้อาจเกิดอารมณ์หุนหันพลันแล่นจนตัดสินใจบอกเลิกออกไป

อดเปรียบเทียบคู่อื่นในโลกออนไลน์ไม่ได้

เมื่อโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้แชร์ความสุขของตัวเองให้โลกรู้ บรรดาคู่รักที่ชอบสวีทออกสื่อ ก็มักจะโพสต์กิจกรรมของตนเองกับคนรักให้เพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์ได้รับรู้ ไม่ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน หรือได้รับของขวัญในโอกาสพิเศษจากคนรัก

การที่ได้เห็นคู่รักคู่อื่นโชว์หวานต่อกัน ในขณะที่คู่ของตัวเองไม่มีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง จึงอดเกิดการเปรียบเทียบไม่ได้ ซึ่งผลการศึกษาโดยนักจิตวิทยาที่เผยแพร่ในวารสาร Computers in Human Behavior พบว่าคู่ที่เปรียบเทียบชีวิตและความสัมพันธ์ของตัวเองกับเพื่อนในโลกออนไลน์ มักจะมีอารมณ์หดหู่ ไม่พอใจคู่ของตัวเอง และอยากให้คนรักทำให้ได้เหมือนคู่อื่นๆ บ้าง เมื่อเกิดความคาดหวังในสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกกดดันและไม่พอใจ สุดท้ายจึงนำไปสู่การเลิกราในที่สุด

ความสัมพันธ์เข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว

การที่ความสัมพันธ์ของคนสองคนเข้าขั้นวิกฤตอยู่แล้ว จึงมีสิทธิ์ที่จะแตกหักกันง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งวันวาเลนไทน์เป็นโอกาสอันดีของทั้งสองฝ่ายที่จะได้ขอคืนดีหรือปรับความเข้าใจกัน แต่ถ้าวันนั้นกลับไม่มีของขวัญใด ๆ ไม่มีคำพูดหรือท่าทางใด ๆ ที่แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ต่อกัน วันนั้นก็อาจจะกลายเป็น ฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ความรักต้องขาดสะบั้นลง

จากผลการศึกษาของดร. John Gottman นักจิตวิทยาและนักวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน พบว่าการที่คนรักไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายคิดหรือต้องการ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดได้ และหากปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะกลายเป็นปมในใจที่อาจนำไปสู่การมีปากเสียงและเรื่องราวดราม่ารุนแรงได้

 

วิธีให้ลูกอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย

ปฎิเสธไม่ได้ว่าเด็กกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งน่ารัก ผูกพันกันมา ที่หลายๆบ้านมักมีคู่กัน แต่ถ้าคุณมีลูกน้อยในวัยทารกที่แสนบอบบาง แต่ในขณะเดียวกันตัวคุณเองก็เลี้ยงสัตว์ในบ้านไปด้วย คุณไม่จำเป็นต้องกังวลจนนำสัตว์เลี้ยงแสนรักไปให้ผู้อื่นอีกต่อไป เพราะมีวิธีช่วยทำให้คุณสามารถดูแลลูกร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัย

1.ดูแลความสะอาดให้ดี

ช่วงที่ลูกน้อยยังเป็นวัยทารก ถ้าคุณกลัวเรื่องติดเชื้อ ควรแยกการดูแลทำความสะอาดของทั้งสัตว์เลี้ยงและลูกน้อยของคุณออกจากกันอย่างชัดเจน คุณควรมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายและใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออยู่เสมอ เพื่อทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยมากจนเกินไป ซึ่งถ้าดูแลความสะอาดดี เมื่อลูกน้อยโตขึ้นก็จะสามารถเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้านได้ปลอดภัยมากกว่าเดิม

2.ดูความพร้อมของลูกและสัตว์เลี้ยง

เมื่อลูกเริ่มโตแล้วให้คุณดูความพร้อมว่าช่วงเวลาใดที่ลูกจะสามารถอยู่กับสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน คุณควรดูว่าน้องแมวหรือน้องหมาภายในบ้าน เมื่ออยู่ใกล้กับลูกน้อยแล้วมีอาการแบบไหน ถ้าสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยที่สัตว์เลี้ยงไม่ทำร้ายเด็กและเด็กไม่รู้สึกกลัว คุณก็สามารถให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันและเล่นด้วยกันได้ตามปกติ แต่คุณควรจะต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดในช่วงแรก

3.สร้างกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อลูกของคุณกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เริ่มที่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้ตามปกติ ควรจัดกิจกรรมร่วมกัน เช่น การให้ลูกของคุณใช้อุปกรณ์ของเล่นต่าง ๆ เล่นกับสัตว์เลี้ยง, การออกไปวิ่งด้วยกันบนพื้นที่กว้าง หรือการพาไปเที่ยวพร้อมกัน เพื่อทำให้เกิดความผูกพันกันมากขึ้น

4.เสริมทักษะด้วยสัตว์เลี้ยง

เด็กและน้องหมาหรือน้องแมว สามารถเสริมทักษะให้กันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นด้วยกัน, การกอดกัน, การอยู่ร่วมกันในทุก ๆ วัน จะทำให้เด็กเข้าใจถึงการเข้าสังคม มีความอ่อนโยน เข้าใจในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และช่วยเสริมทักษะในการใช้แขน-ขา, การวิ่ง, การเคลื่อนไหวร่างกายได้ดี ส่วนน้องหมาหรือน้องแมวจะได้รับความรักจากเจ้านายตัวน้อย จึงเข้าใจมนุษย์และมีความสุขมากขึ้น จึงทำให้สุขภาพยืนยาวกว่าเดิม

5.สอนให้ลูกเข้าใจ

อีกหนึ่งเรื่องที่คนควรทำถ้าต้องการให้ลูกน้อยอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย คือ การสอนให้ลูกเข้าใจต่อการอยู่ร่วมกับสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทำร้าย, การไม่ดึงหาง หรือไม่ควรทำเรื่องใด ๆ ให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกกลัว จนอาจจะเกิดการป้องกันตัวเป็นการกัดหรือข่วนได้ พร้อมสอนให้เด็กเข้าใจว่าสัตว์นอกบ้านกับสัตว์เลี้ยงในบ้านไม่เหมือนกัน เพื่อป้องกันปัญหาการถูกสัตว์นอกบ้านทำร้าย

ถ้าคุณต้องการให้ลูกและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย ควรใช้ทั้งหมดวิธีนี้แล้วค่อยๆ ทำไปอย่างเข้าใจ ติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาร้ายแรง เท่านี้ก็สามารถทำให้ลูกและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

วิธีขจัดรังแค

รังแคเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้หมดความมั่นใจ มักจะร่วงติดเสื้อผ้า เห็นชัด ยิ่งปล่อยไว้นาน อาจทำให้เป็นรังแคเรื้อรัง รักษายาก มีอาการคันมากขึ้น จึงทำให้เป็นแผลได้ แต่หากเข้าใจสาเหตุ และทำตามวิธีรักษาที่ถูก ก็จะไม่มีรังแคมากวนใจอีกต่อไป

หากเรามองดูเผินๆ ก็เห็นแค่รังแคสีขาว แต่สามารถแบ่งเป็น 2 แบบตามนี้

  • รังแคเปียก

    มีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ ถูกเคลือบด้วยความมันและความชื้น จะมีอาการคันตามมา ผู้ที่เป็นรังแคแบบนี้จะเป็นๆ หายๆ ระยะเวลาเป็นปี ใช้เวลารักษานาน

  • รังแคแห้ง

    ลักษณะที่เป็นขุยๆ ร่วงลงมาและติดตามเส้นผม ตามเสื้อผ้า ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่มีหนังศีรษะแห้งและมีเส้นผมหยาบ จะรักษาได้ง่ายกว่ารังแคเปียก

สาเหตุ

โดยปกติแล้วเซลล์หนังศีรษะจะหลุดตัวออก ในช่วงเวลาประมาณ 28 วัน เซลล์ที่หลุดออกจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แล้วจะค่อยๆ เกิดใหม่เลือกจากใต้ผิวหนังขึ้นมาชั้นบนสุด แต่เมื่อถูกกระตุ้นให้หลุดเร็วกว่าปกติ จึงมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสีขาว และยังมีอาการคันร่วมด้วย

สาเหตุหลักๆ แล้วก็มาจากแชมพูที่มีน้ำมันและซิลิโคน ซึ่งมีผลทำให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จนทำให้เกิดเชื้อราสะสม รวมบางแชมพูก็มีแอลกอฮอล์หรือพาราเบน ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง จนเกิดสะเก็ดสีขาว และในส่วนของสาเหตุอื่นก็มีผลกระทบแต่จะมีน้อย

  • พฤติกรรมทำร้ายผม
  • จัดแต่งทรงผมด้วยสารเคมีเป็นประจำ ทั้งพาราเบน น้ำมันที่ทำให้หนังศีรษะอุดตัน หรือเเม้แต่แอลกอฮอล์ที่ทำให้ผมแห้ง
  • สระผมด้วยน้ำอุ่น จะยิ่งทำให้หนังศีรษะแห้ง เพราะน้ำอุ่นทำลายชั้นไขมันของหนังศีรษะ
  • เชื้อรา

    เรียกได้อีกอย่างว่า เชื้อยีสต์ โดยปกติเเล้วเชื้อเหล่านี้จะอยู่ใต้ชั้นผิวหนังศีรษะ อยู่ด้วยการน้ำมันที่สร้างจากต่อมรากผมและต่อมไขมัน เมื่อมีการเจริญเติบโตมากเกินไป จะทำให้มีการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติด้วย

  • แสงแดด

    การอยู่ที่กลางแจ้ง แดดแรงๆ เป็นเวลานาน ทำให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ หนังศีรษะจะแห้งหรือมันมากขึ้น จึงง่ายต่อการเกิดเชื้อรา รวมถึงทำให้เส้นผมเปราะบาง

วิธีขจัดรังแค

เลือกแชมพูที่ไม่มีสารระคายเคือง ใช้เป็นสูตรธรรมชาติ ยิ่งมีปัญหารังแคมานาน ต้องเช็คให้ละเอียด ส่วนใหญ่น้ำมันจะให้เส้นผมนุ่มลื่นได้เร็ว

ใช้ พิก อโล แชมพู สูตรอ่อนโยนสุด ให้ความชุ่มชื้นกับหนังศีรษะ ด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์ธรรมชาติ ของอโลเวร่าเข้มข้น ควบคุมความมัน ทำให้หนังศีรษะกลับมาสมดุล เพื่อลดรังแค

  • นอกจากลดรังแคแล้ว ยังทำให้ผมนุ่มสลวยในขั้นตอนเดียว สะดวก ใช้ง่าย
  • หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ใช้ แชมพู ให้ความชุ่มชื้นกับหนังศีรษะ และให้ความสดชื่นได้มากกว่า
  • เลี่ยงแสงแดด

    ไม่อยู่กลางแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะแดดร้อนจัด และใช้อุปกรณ์เสริมอย่างร่ม หมวก เพื่อให้หนังศีรษะและเส้นผมถูกทำร้ายน้อยที่สุด

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ แทนการสระผมด้วยน้ำร้อน
  • เลี่ยงผลิตภัณฑ์จัดทรงผมที่มีสารเคมี
  • หากสระผมตอนกลางคืน ต้องให้แห้งสนิทก่อนเข้านอน ถ้าปล่อยให้ผมชื้นแล้วนอน จะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

ทรีทเมนท์ธรรมชาติ

เพิ่มการบำรุงจากธรรมชาติ ปลอดภัย

  • ว่านหางจระเข้

    ช่วยลดความมันส่วนเกิน เติมความชุ่มชื้น ลดอาการอักเสบ โดยนำเนื้อวุ่นวางหางจระเข้ ชโลมให้ทั่วศีรษะ ใช้เวลา 15 นาที จึงล้างออก

  • มะกรูด

    ใช้ได้ทั้งส่วนใบ และลูกมะกรูด ช่วยลดความมันของหนังศีรษะ ขจัดรังแค โดยคั้นเอาน้ำมะกรูด นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะ ประมาณ 5-10 นาที จึงสระออกได้ตามปกติ

  • น้ำมะนาวและน้ำมะพร้าว

    น้ำมะพร้าวจะเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนน้ำมะนาวจะลดการสะสมเชื้อรา จึงช่วยลดรังแค วิธีการนำส่วนผสมทั้งสองรวมกัน ใส่น้ำอุ่นเล็กน้อย หมักไว้ 20 นาที และสระผมออกด้วยแชมพู

  • หากไม่มีเวลามานั่งทำทรีทเม้นท์ให้ใช้ พิก อโล แชมพู หรือ พิก โบทานิค แชมพู จะสะดวกและช่วยลดรังแคได้ดีกว่า

 

วิธีหาเงินล้านด้วยตัวเอง

การสร้างสร้างรายได้หลักล้านได้นั้นมีอยู่จริง เราสามารถรวยเร็วได้แต่รวยง่ายไม่มี หากแต่ต้องมีเคล็ดลับและรู้จักตัวช่วยในการสร้างเงินล้าน คือการที่เราทำน้อยแต่ได้ผลมาก ไปดูวิธีหาเงินล้านด้วยตัวเองกัน

วิธีหาเงินล้าน

ธุรกิจที่ 1 ระบบค่าเช่า

เป็นธุรกิจที่ไม่มีข้อจำกัดทั้งในส่วนของขนาดและเวลา เช่น ค่าเช่าคอนโด อพาร์ทเม้นท์ รวมถึงสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งจะมีค่าเช่าลิขสิทธิ์ เช่น เพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเช่าพื้นที่ที่ให้บริการเก็บข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เช่น  Dropbox, Google Cloud และ iCloud  เป็นต้น

ธุรกิจที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์

เช่นการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ออกขาย ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักมากมายหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Paypal, Zip2 ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Facebook ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก หรืออูเบอร์ บริษัทเครือข่ายคมนาคม ที่ให้การบริการผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรืออาลีบาบา ที่สามารถกระจายสินค้าและขยายตัวข้ามประเทศได้ง่ายโดยไม่ต้องคำนึงถึงการสร้างหน้าร้าน เป็นต้น

ธุรกิจที่ 3 ระบบข้อมูล

ธุรกิจที่สร้างข้อมูลด้วยตัวเองและสามารถควบคุมได้ เช่น การเขียนนวนิยาย ซึ่งปัจจุบันมีการเขียนอยู่ในโลกดิจิทัลจำนวนมาก หากผลงานเป็นที่นิยม นักเขียนมีชื่อเสียงโด่งดัง อย่าง เจ.เค.โรว์ลิ่ง นักเขียนเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งได้รับค่าลิขสิทธิ์ด้วย แต่หากยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก ในโลกออนไลน์ก็ยังมีช่องทางการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนได้เช่นกัน หรืออาจจะเป็นการทำคลิปวีดีโอความรู้ พูดคนเดียวผ่านหน้ากล้อง แล้วนำลงเผยแพร่สื่อออนไลน์ สามารถเพิ่มคนดูเป็นหลักแสนได้เช่นกัน หรือจะเป็นแนวศิลปิน สายอาร์ตติสท์ ก็มีช่องทางที่จะสร้างผลงานให้ตรงตามความต้องการของตลาด เช่น สติ๊กเกอร์ไลน์ มาสคอต เป็นต้น

ธุรกิจที่ 4 ระบบจัดจำหน่าย

ธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce เมื่อมีลูกค้าเข้ามาขายของกับเรา เราก็จะหักเปอร์เซ็นต์จากการขายนั้น เป็นการสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาล ธุรกิจประเภทนี้ไม่มีข้อจำกัดด้านขนาด ไม่ต้องเก็บสต๊อก ทั้งยังไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ถึงแม้ปัจจุบันการทำแพลตฟอร์มลักษณะนี้จะเริ่มมีการผูกขาด แต่ยังสามารถหาช่องทางที่จะเป็นพลังทวีให้กับธุรกิจของเราได้

ธุรกิจที่ 5 ระบบทรัพยากรมนุษย์

การสร้างระบบเพื่อลดการทำงานของคนหรือพนักงาน เช่น ระบบขายหน้าร้าน POS เป็นระบบงานขายหน้าร้านโดยเฉพาะ บันทึกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โปรแกรมนี้สามารถลดการใช้ทรัพยากรมนุษย์ไปได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึง out source หรือระบบการให้บริการต่าง ๆ เป็นต้น เพราะหากเราไม่ต้องจ้างพนักงานขนของ ก็จะลดต้นทุนและทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตสร้างเงินล้านได้อย่างรวดเร็ว

 

Surfskate (เซิร์ฟสเก็ต)

การเล่นกีฬา Surfskate (เซิร์ฟสเก็ต) ในเวลานี้ เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้ง จากมุมมองเดิมว่าเป็นกีฬาผาดโผน เล่นกันในวงแคบๆ ก็เปลี่ยนไป คนวัย 30 40 50 ยังเล่นได้ ผู้หญิงก็เล่นได้สบายมาก แถมยังมีดาราคนดังมาร่วมเล่นอีก ทำให้เซิร์ฟสเก็ตเป็นกีฬาที่แมสขึ้นเรื่อยๆ

เซิร์ฟสเก็ตเป็นกีฬากระดานรูปแบบหนึ่ง เกิดจากผสมผสานกันระหว่างสเก็ตบอร์ดกับเซิร์ฟ โดยการออกแบบแผ่นเซิร์ฟสเก็ตขึ้นมานั้น ก็เพื่อให้สามารถเล่นเซิร์ฟบนบกได้ กระดานจะมีความยาวตั้งแต่ 26 นิ้วจนถึง 40 นิ้ว แต่แผ่น เซิร์ฟสเก็ตจะไม่แข็งเท่าสเก็ตบอร์ด และล้อหน้าของเซิร์ฟสเก็ตก็หมุนซ้าย หมุนขวาได้ 360 องศา ทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายกว่าสเก็ตบอร์ด

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เซิร์ฟสเก็ตฮิตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เริ่มมาจากการอยู่บ้านนานๆ ในช่วงไวรัสระบาดนี่แหละ อยู่บ้านก็มีแค่พื้นที่พอประมาณที่พอจะถัด ๆ ไถ ๆ รวมถึงการที่มีคนดังออกมาทำให้มันกลายเป็นกระแสไวรัล จึงมีคนหันมาให้ความสนใจและอยากลองเล่นกันมากขึ้น แล้วทำไมล่ะ? มีอะไรให้เล่นตั้งมากมาย ทำไมถึงต้องเล่นเซิร์ฟสเก็ตกันนะ

เป็นเทรนด์ที่มาแรงมาก

ถ้าคุณไม่รู้เซิร์ฟบอร์ด คุณอาจจะตกเทรนด์ คนที่ไม่รู้จริง ๆ ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นคนละอย่างกับสเก็ตบอร์ด เพราะมันบอร์ด  เหมือนกันน่าจะเล่นยาก ผาดโผน อันตราย มีแต่พวกเด็กๆ เล่น แต่เซิร์ฟบอร์ดนั้นไม่ต้องใช้เทคนิคผาดโผนยากๆ เหมือนสเก็ตบอร์ด ที่สำคัญ แค่ใจรักและร่างไหวก็เล่นได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนทุกเพศทุกวัยหันมาสนใจ โดยเฉพาะคนวัยทำงาน 30-40 ปี ยิ่งเป็นกระแสจากเหล่าคนดังด้วยแล้ว มันเลยฮิตอย่างรวดเร็ว ลองดูหน่อยก็ได้นะไม่เสียหาย จะได้ไม่ตกเทรนด์

เล่นง่ายกว่าสเก็ตบอร์ด

เพราะการเล่นเซิร์ฟสเก็ตจะใช้การบิดตัว ร่วมกับแรงเหวี่ยงของสะโพกในการเคลื่อนที่ ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องใช้แรงไถมากเท่ากับการเล่นสเก็ตบอร์ด มีวิธีเล่นที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าสเก็ตบอร์ด และเซิร์ฟสเก็ตก็เล่นง่าย ฝึกง่ายกว่าสเก็ตบอร์ดมาก แค่มีพื้นที่โล่ง ๆ ก็เล่นได้แล้ว นั่นทำให้เด็ ๆ ผู้หญิง คนวัย 30+ ไปจนถึงผู้สูงอายุก็ยังเล่นได้ ที่สำคัญ มันยังเล่นแทนกีฬาเซิร์ฟได้ด้วย ใครที่ไม่ค่อยถูกกับน้ำ หรือไม่กล้าเล่นกีฬาแบบนี้ในทะเล ก็ขึ้นมาเล่นเซิร์ฟบกนี่แทน

เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง

เซิร์ฟสเก็ตถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเลือดสูบฉีดผสมกับเวทเทรนนิ่งที่ได้ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ที่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย คนที่วิ่งแล้วปวดเข่ายังสามารถเล่นเซิร์ฟสเก็ตได้เลยเพราะมันคล้ายกับการสควอช ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง จึงช่วยลดอาการบาดเจ็บของเข่า ช่วยการทรงตัว ในจังหวะที่ต้องวิ่งและเกร็งกล้ามเนื้อไปด้วยนั้น เล่นเอาเหงื่อท่วมได้เหมือนกัน เลยมีคนลองคำนวณเล่นๆ ว่าถ้าคุณเล่นเซิร์ฟสเก็ตประมาณครึ่งชั่วโมง คุณจะเผาผลาญพลังงานได้เกือบ 600 แคลอรีเลยทีเดียว แถมยังคลายเครียดอีก ถ้าคุณเบื่อกีฬาเดิมๆ ก็งมาลองเล่นดูสิ

ได้เพื่อนใหม่

ในเวลานี้ เซิร์ฟบอร์ดกำลังอยู่ในช่วงฮิตสุดๆ ไปไหนมาไหนก็เห็นคนรวมกลุ่มเล่นได้ตลอด ลูกเด็กเล็กแดง ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุก็ยังเล่นได้ ฉะนั้น ถ้าแค่อยากจะลองเล่น ลองเดินเข้าไปตามกลุ่มนั้นๆ แล้วขอยืมเล่นดู ถ้าชอบ อยากเล่นจริงจังค่อยไปหาซื้อเป็นของตัวเอง แค่กล้าที่จะเข้าไปขอยืม คุณก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่แล้ว ที่สำคัญ ถ้าคุณเล่นจริงๆ จังๆ คุณก็จะได้สังคมคนเล่นเซิร์ฟสเก็ตสังคมใหญ่สังคมใหม่ขึ้นมา ได้พูดคุย ได้คำแนะนำ ได้ขอทักษะลีลาจากคนทุกเพศทุกวัยที่เล่นอยู่ด้วยกัน ต้องมีสักคนแหละที่สนิท

 

 

ประโยชน์ของมะระ

ด้วยความที่รสชาติของมะระออกจะขม กินแล้วไม่อร่อยเท่าไร แต่ว่าภายใต้ความขมนั้นมีประโยชน์อย่างมาก อยากให้ลองอ่านสรรพคุณของมะระให้ถี่ถ้วนกันอีกที เผื่อจะเปลี่ยนใจ

มะระกับหลากหลายชื่อเรียกมะระหรือมะระจีนลูกใหญ่ๆ มีชื่อพื้นบ้านอยู่หลายชื่อด้วยกัน บ้างก็เรียกผักไฮ ผักไซ่ ผักไห่ มะร้อยรู มะไห่ สุพะซู หรือสุพะเด ส่วนชื่อภาษาอังกฤษของมะระก็มีทั้ง Bitter cucumber, Bitter Chinese, Bitter melon, Balsam pear, Leprosy gourd และ Karela

ในส่วนของชื่อวิทยาศาสตร์ของมะระนั้นมีชื่อว่า Momordica charantia Linn. มะระจัดเป็นพืชในวงศ์ Cucurbitaceae จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับฟัก แตงกวา และบวบ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะระจะเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายฝ่ามือของคน ขอบใบหยักเป็นซี่ห่าง ๆ ใบและลำต้นมีขนสากอยู่ทั่วไป ดอกมะระมีสีเหลือง ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ ผลมะระมีขนาดใหญ่สีออกขาวอมเขียว ผิวขรุขระ ร่องใหญ่ ผลยาวประมาณ 4-9 นิ้ว ในบ้านเรามักจะใช้ประโยชน์จากยอดอ่อนมะระ ผลอ่อน ใบ ราก และเถามากกว่าส่วนอื่นๆ

คุณค่าทางโภชนาการของมะระ

ในปริมาณ 100 กรัม กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แสดงคุณค่าทางโภชนาการของมะระ ดังนี้ พลังงาน 31 กิโลแคลอรี น้ำ 92 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 6.3 กรัม

ไฟเบอร์ 0.7 กรัม เถ้า 0.5 มิลลิกรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม ไทอะมีน 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.03 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 85 มิลลิกรัม

มะระ สรรพคุณไม่น้อยเลยนะ

คราวนี้มาดูสรรพคุณของมะระกันบ้าง ว่ามะระมีประโยชน์ต่อสุขภาพยังไง

  1. ลดน้ำตาลในเลือด

มีการวิจัยพบว่า ในเปลือกมะระมีสารชาแรนทิน (charantin) และพอลิเพปไทด์-พี (polypeptide-p) ซึ่งมีสรรพคุณกระตุ้นการเปลี่ยนกลูโคสในกระแสเลือดให้เป็นไกลโคเจนที่ตับ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในตับอ่อน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้

นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่าในมะระมีสารไวซีน (vicine) และสารออกฤทธิ์อื่น ๆ ที่เมื่อลองฉีดแบบอินซูลินกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 แล้วพบว่า สารตัวนี้ออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

ในคนที่กินยาลดเบาหวานอยู่แล้ว การกินมะระในปริมาณมากอาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดจนเกินไปได้นะคะ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังและควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่สกัดมาจากมะระด้วย แต่หากกินมะระเป็นอาหารปกติก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้มากเท่าไร

  1. บำรุงตับ

ผศ. ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ในมะระมีสารที่ช่วยเพิ่มเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในตับได้ จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลดีกับการทำงานของตับในมนุษย์ด้วย

  1. ป้องกันมะเร็งเต้านม

ในเรื่องนี้ ผศ. ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นักวิจัยที่สถาบันมะเร็งพบว่า สารในมะระมีผลช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในหนูกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งเต้านม

  1. สมานแผล

รากมะระจีนมีสรรพคุณในการฝาดสมาน โดยในตำรายาไทยพบว่ามีการนำรากมะระจีนไปต้มดื่มรักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้บิด และแก้ไข้ได้

  1. แก้ไข้

เถามะระจีนมีสรรพคุณใช้ดับพิษร้อน แก้ไข้ แก้บิด โดยนำเถามะระตากแห้งแล้วต้มดื่มเป็นชา

  1. ขับพยาธิตัวกลม

เมล็ดของมะระจีนก็มีสรรพคุณในการขับพยาธิตัวกลม โดยเมล็ดมะระจะมีรสขม สามารถนำมาตากแห้งและต้มดื่มเป็นชามะระได้

  1. ช่วยให้เจริญอาหาร

เรามักได้ยินคนพูดว่า กินมะระแล้วจะกินอาหารได้อร่อยขึ้น นั่นเพราะสารโมโมดิซีนที่ทำให้มะระมีรสขม มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหาร กินแล้วจะทำให้เราเจริญอาหารมากขึ้น และยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยแก้ท้องผูกด้วย

ได้รู้สรรพคุณของมะระกันไปแล้วคราวนี้เรามาดูกันค่ะว่า มะระจะนำมาทำเป็นเมนูอาหารอร่อยๆ ได้กี่เมนูบ้าง มาดูกันเลย

 

 

 

ประโยชน์ของ จมูกข้าว

อาหารหลักของคนไทยคือข้าว โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะคุ้นเคยกับ เมล็ดข้าว มากกว่าส่วนอื่นๆ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วแทบทุกส่วนของข้าวนั้นมีคุณประโยชน์และสารอาหารด้วยกันทั้งนั้น

จมูกข้าวคือส่วนไหนของข้าว

จมูกข้าว เป็นเพียงติ่งเล็กๆ ที่อยู่ส่วนปลายของเมล็ดข้าวค่อนไปด้านข้าง ด้วยความที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจึงมักจะหลุดออกจากเมล็ดข้าวได้ง่ายเมื่อเข้าสู่กระบวนการขัดสี จมูกข้าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของข้าวที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยหากรับประทานข้าวที่ไม่มีจมูกข้าวปนอยู่ จะได้เพียงคาร์โบไฮเดรต ซึ่งถือว่าได้สารอาหารน้อยมากเมื่อเทียบกับข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าวเหลืออยู่

คุณประโยชน์ของจมูกข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวรักษาระดับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เป็นที่ทราบกันดีว่าฮอร์โมนจะถูกผลิตออกมาเพื่อให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้ปกติ แต่การรักษาสมดุลฮอร์โมนกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ในรายที่ระดับฮอร์โมนผิดปกติก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น

 เบาหวาน

 หรือในบางรายก็อาจเป็นสิวอักเสบรุนแรง ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีจมูกข้าวผสมอยู่จึงถือเป็นอีกวิธีหนึ่งช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้ดี จากการศึกษาพบว่าการบริโภคจมูกข้าวเป็นประจำช่วยให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงอยู่ในระดับปกติ โดยเฉพาะวัยทองหรือผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงสายตา ในจมูกข้าวจะประกอบไปด้วยวิตามินหลายชนิดทั้งเบต้าแคโรทีน

วิตามินบีคอมเพล็กซ์

และวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงดวงตา โดยสารเหล่านี้จะช่วยลดอาการน้ำเลี้ยงตาแห้ง เมื่อใช้งานสายตาหนักๆ หรือจ้องอะไรนานๆ รวมไปถึงผู้มีภาวะตาแห้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อชนิดต่างๆ และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นในที่มืดได้ดีอีกด้วย

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย โดยปกติแล้วอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอายุ การรับประทานอาหารและความเครียดต่างๆ โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากก็จะไปส่งผลกระทบต่อการผลิตอสุจิและขัดขวางเลือดไม่ให้ไปหล่อเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศ

ดังนั้นคุณผู้ชายที่อยากจะมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีควรเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีสาร เมลาโทนิน มากๆ อย่างเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของจมูก เนื่องจากเมลาโทนินในจมูกข้าวนี้เป็นสารนี้จะช่วยลดระดับความเครียดและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี ทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ทั้งโอเมกา 6 และ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ที่มีในจมูกข้าวเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ พัฒนาสมองและช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ โดยการดื่มน้ำนมข้าวผสมจมูกข้าวในทุกๆวันจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบำรุงสมองให้พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ ในขณะที่ผู้สูงอายุก็สามารถรับประทานได้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต
  2. ประโยชน์ของจมูกข้าวลดคอเลสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไรด์ในร่างกาย ทุกๆวันเมื่อเรารับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการผัดหรือทอด รวมไปถึงการรับประทานเนื้อสัตว์ ไขมันต่างๆ ที่เราได้รับจะไปสะสมอยู่ตามผนังเลือดและหลอดเลือดทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย วิธีการกำจัดไขมันดังกล่าวนี้สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการรับประทานจมูกข้าวที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9 วิตามินอีกลุ่มไฟโตสเตอรอลและโทโคโตรอินอลซึ่งสามารถกำจัดไขมันตามผนังเลือดและหลอดเลือดได้ดี นอกจากนั้นสารอาหารเหล่านี้ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มไขมันดีอย่าง HDL ให้กับร่างกายอีกด้วย
  3. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงผิวพรรณ จากภายในจมูกข้าวเป็นส่วนของข้าวที่อุดมไปด้วย

วิตามีนอี

และ เซลาไมซ์(Ceramide) ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน นอกจากนั้นยังช่วยชะลอการเกิดริ้วร้อยให้กับสาวๆ ที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น โดยการบำรุงผิวด้วยใช้จมูกข้าวนี้สามารถทำได้ทั้งการรับประทานเพื่อให้เกิดการบำรุงจากภายใน และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของจมูกข้าวจากภายนอกก็ได้

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวป้องกันและรักษามะเร็งบางชนิดได้ เนื่องจากจมูกข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก หากรับประทานเข้าไปจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นจากต่างประเทศที่เผยแพร่สรรพคุณของจมูกข้าว โดยงานวิจัยระบุว่าหากได้รับน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นจะช่วยให้หายจากมะเร็งบางชนิดได้ และหากเป็นมะเร็งอยู่แล้วแต่ได้รับสารอาหารจากจมูกข้าวก็จะช่วยให้มีโอกาสหายได้ถึง 60% ทั้งนี้งานวิจัยยังระบุอีกว่าจมูกข้าวเป็นบริเวณที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส่วนอื่นๆ และดูเหมือนจะมีมากที่สุดในตระกูลพืชแทบทุกชนิดอีกด้วย
  2. ประโยชน์ของจมูกข้าวเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จมูกข้าวถือเป็นส่วนของข้าวที่มีสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันชนิดดี วิตามินต่างๆ ทั้ง 

วิตามินA

 B E D นอกจากนั้นยังมีโอเมกา 3-6-9 และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย โดยสารอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับร่างกาย ยิ่งเรามีภูมิคุ้มกันดีเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ย่อมมีน้อยเท่านั้นสอดคล้องกับงานวิจัยของนายแพทย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกาโดยในงานวิจัยระบุว่าผู้ป่วยเอดส์ซึ่งมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องมีระดับค่า CD4 หรือค่าภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นหลังจากบริโภคจมูกข้าวเป็นประจำทุกวัน ทำให้อาการแทรกซ้อนลดลงอย่างมาก

ท่านได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของจมูกข้าวกันพอสมควร ดังนั้นในแต่ละมื้ออาหารก็ควรมีจมูกข้าวเป็นส่วนประกอบ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการรับประทานข้าวกล้องที่มีจมูกข้าวอยู่มากแทนการรับประทานข้าวขาวที่ให้เพียงแค่พลังงาน นอกจากนั้นยังสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกเช่น น้ำมันจมูกข้าวที่มาในรูปแบบของอาหารเสริมแบบแคปซูล หรืออาจจะเป็นเครื่องดื่มที่ปัจจุบันมีทั้งแบบชงและแบบสำเร็จรูปขายตามร้านสะดวกซื้อ