ค่านิยม 12 ประการ ของ ค.ส.ช.

ค่านิยมของคนไทย 12 ประการ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อที่จะส่งเสริมและพัฒนาสังคมไทยให้ก้าวไกลและมั่นคง โดยต่านิยม 12 ประการนี้ ยังถูกบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนให้เด็ก ๆ ได้ท่องกัน โดยมีเนื้อหาดังนี้

  1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
    เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่อุทิศให้แก่ประชาชนอันเป็นที่รัก มีศาสนาพุทธซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจ และก็มีธงชาติที่ป่าวประกาศถึงสัญชาติของเรา
  2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม
    การที่เราเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของเราให้เข้ากับคนอื่นหรือทัศนคติไปในทางที่ดีนั้นจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เข้าใจสิ่งต่างๆในแต่ละมุมมอง ซึ่งจะทำให้ข้อขัดแย้งและปัญหายุติลง
  3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
    บุญคุณของพ่อแม่นั้นใหญ่หลวงมาก ท่านทั้งสองให้กำเนิดเรามาในโลกอันกว่างใหญ่ เลี้ยงดูเราอย่างดีด้วยความรักและห่วงใย รวมทั้งผู้ปกครอง และคุณครูบาอาจารย์ที่ให้การศึกษาตั้งแต้่เล็กจนโต ซึ่งจะทำให้เราเติบใหญ่เป็นคนที่ดีในสังคม ดังนั้น เราควรตอบแทนบุญคุณของทุกท่านโดยประพฤติตัวให้ดี เข่น การเคารพหรืปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่ มีความับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
    การที่เราดำรงชีวิตประจำวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องใช้ความรู้อยู่ตลอดเวลา ณ ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราความไฝ่หาความรู้เพื่อให้ทันกลับโลกภายนอกที่หมุ่นอยู่ตลอกเวลา เราควรมีความเพียรพยายาม มุ่งมั่นในการศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียน เช่น การใช้ตำราเรียน อินเตอร์เน็ตหรือสื่ออื่นๆที่สามารถค้นคว้าข้อมูลได้
  5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
    ประชาชนชาวไทยควรที่จะภาคภูมิใจกับประเพณี ศิลปะอันงดงาม และวัฒนธรรมอันดั่งเดิ่ม เช่น วันปีใหม่ของประเทศไทย สงกรานต์ ในขณะนี้ค่านิยมของตะวันตกนั้นเข้ามาและมีบทบาทมากกับการพูดจา กิริยาและการแต่งกาย ซึ่งทำให้ประเพณีอันงดงามนั้นถดถ่อยลง ด้วยเหตุนี้เราควรที่จะเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์และสืบทอดให้ถึงรุ่นต่อไปเรียนรู้
  6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน
    การที่เราให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ การทำสิ่งต่างๆด้วยความหวังดี ถึงแม้ว่าผลลัพย์ที่เราจะได้คือความสุขเล็กๆน้อยๆ แต่เราก็จะได้มิตรสัมพันธ์ที่ดี ศีลธรรมก็เป็นข้อที่เราควรถือไว้ในใจ เช่นศีล๕ และการที่เราสื่อสัตย์ตลอดไม่ว่าจะทำอะไร จะทำให้เราเ็นคนดีในสังคม
  7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
    การเป็นประชาธิปไตยนั้นเป็นระบบการบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยที่เรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุก ซึ่งเราควรเคารพพ่อหลวงเราด้วยใจรัก
  8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
    ทุกวันนี้เรามักจะเห็นผู้คนแตกแยก หรือไม่ให้ควมเคารพกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการที่ไม่มีระเบียบในสังคม อย่างแรกต้องเริ่มที่ตัวเราเอง เราควรที่จะมีระเบียบวินัย เคารพกฏหมาย และเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ และสิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นแบบให้อีกหลายๆคนเพื่อที่จะทำให้สังคนไทยนั้นเจริญ
  9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    สติเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ทำสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุด รวมถึงการคิดทบทวนให้รอบคอบ และมีความมุ้งมั่นตั้งใจในการทำงาน ผลลัพย์ที่ราจะได้ถ้าเราทำอะไรโดยมีสติคือความมำเร็จ
  10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้า    เหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี
    การดำรงชีพนั้นอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราควรตระหนักอยู่ตลอกเวลา ดั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้คำสอนไว้เกี่ยวกับ
    เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการที่เราต้องปรับเปลี่ยนตนให้เข้ากับคนอื่น และถ้าเราทำตามคำสอนของพ่อหลวง ชีวิตเราจะมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เรามี
  11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
    การที่มีจิตใจอันแน้วแน่ จะไม่สั่นคลอนใดๆทั้งสิ้นถ้ามีอุปสรรค์หรือกิเลสผ่านเข้ามา ถ้าเราได้ผ่านสิ่งเหล่านี้มาป่อยครั้ง มันจะทำให้เราเข้มแข็ง เช่น เราไม่คควรดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ถ้ามีคนชักชวน
  12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
    ในการดำเนินการสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น เราควรคำนึงถึงข้อดีและข้อเสีย แต่ไม่ใช้แค่คำนึงสำหรับตนเองแต่ควรคำนึงถึงผู้อื่นด้วย อีกทั้ง เราควรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เช่นไปสอนหนังสือที่บ้านนเด็กกำพร้า หรือไปให้ความบันเทิงที่บ้านคนชรา เป็นต้น

 

ค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ - Home

 

ซึ่งค่านิยม 12 ประการนี้ มีความยาวมากกว่า “หน้าที่เด็ก (เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน)” ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2498 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสหประชาชาติในยุคนั้น

ที่มา : https://khaniyom12.weebly.com/