ประโยชน์จากวิตามินดีในแสงแดด    

แดดร้อนจนใครๆ ก็ต่างพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากเผชิญกับแสงแดด ไม่ชอบความร้อน ไม่ชอบแสงจ้า ไม่อยากถูกแดดเผา กลัวการเกิดฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำจากแดด แต่แท้จริงแล้ว แสงแดดคือแหล่งที่มาในการสร้างวิตามินดีได้มากและง่ายที่สุด ซึ่งวิตามินดีนี่เองที่ช่วยปรับระดับแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและฟอสเฟต มีส่วนในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมากมาย เช่น มะเร็งบางชนิด เบาหวาน โรคหลอดเลือดแดง รวมทั้งโรคกระดูกพรุนที่เกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมด้วย

วิตามินดีในแสงแดด

วิตามินดีมีสอง ชนิด คือ วิตามิน ดี 2 ที่สังเคราะห์ในพืช เห็ดและยีสต์จากรังสี UV ในแสงแดด พบมากในเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ และ วิตามินดี 3 ที่สังเคราะห์ในผิวหนังของคนจากรังสี UVB เท่านั้น เนื่องจากเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น ตกกระทบที่ผิวหนังชั้นนอกสุดหรือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวบริเวณที่สังเคราะห์วิตามินดี ทำให้ผิวไหม้และมีอาการแสบร้อน ต่างจากรังสี UVA ที่มีช่วงคลื่นยาว ตกกระทบไปถึงชั้นผิวชั้นในหรือชั้นหนังแท้ และมีผลกระทบต่อการทำลายเซลล์ผิวได้มากกว่า

นอกจากการสังเคราะห์จากแสงแดด วิตามินดีพบได้มากส่วนใหญ่ในเนื้อปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซมอน ปลาเทราต์ ทูน่า เป็นต้น และพบได้บ้างในเนื้อสัตว์ น้ำส้ม และนม อีกด้วย

ช่วงเวลาในการรับวิตามินได้ดี

การรับแสงแดดที่เหมาะสมต่อการสังเคราะห์วิตามินดี ควรเป็นแสงแดดอ่อนๆ ที่ไม่แสบร้อนจนทำร้ายผิวในระยะยาวได้ ระยะเวลาในการรับแสงแดดขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 10-15 นาทีต่อวันเท่านั้น ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ละประเทศหรือแม้แต่พื้นที่ในประเทศเดียวกันก็มีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศ ภูมิภาค สภาพอากาศ นั่นเอง

ปริมาณการสังเคราะห์วิตามินดีจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาธิเช่น การทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV มลภาวะทางอากาศ ฤดูกาล สภาพอากาศ ภูมิประเทศ ปริมาณเมฆ ที่จะบดบังรังสี UVB จากแสงแดด ทำให้รับวิตามินดีได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในทางตรงกันข้าม หากแสงแดดที่ตกกระทบผิวหนังมีความเข้มข้นของรังสี UV มากเกินไป เช่น แสงแดดจ้าในช่วงเที่ยง ก็อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชั้นผิวหนัง เป็นสาเหตุของริ้วรอยบนใบหน้า และเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

วิตามินดีช่วยโรคกระดูกพรุน

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ทำให้กระดูกเสื่อม เปราะ บาง ผิดรูปและแตกหักได้ง่าย กระดูกที่ผุกร่อนหรือแตกหักจะทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ

วิตามินดีเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเพื่อไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการสร้างกระดูก ป้องกันไม่ให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก หรือการเกิดภาวะกระดูกบาง ที่จะนำไปสู่โรคกระดูกพรุน นั่นเอง

เห็นมั้ยละว่าแสงแดดก็ไม่ได้มีแต่โทษมีประโยชน์เช่นกัน

 

You may also like