ประโยชน์จากวิตามินดีในแสงแดด    

แดดร้อนจนใครๆ ก็ต่างพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากเผชิญกับแสงแดด ไม่ชอบความร้อน ไม่ชอบแสงจ้า ไม่อยากถูกแดดเผา กลัวการเกิดฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำจากแดด แต่แท้จริงแล้ว แสงแดดคือแหล่งที่มาในการสร้างวิตามินดีได้มากและง่ายที่สุด ซึ่งวิตามินดีนี่เองที่ช่วยปรับระดับแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและฟอสเฟต มีส่วนในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมากมาย เช่น มะเร็งบางชนิด เบาหวาน โรคหลอดเลือดแดง รวมทั้งโรคกระดูกพรุนที่เกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมด้วย

วิตามินดีในแสงแดด

วิตามินดีมีสอง ชนิด คือ วิตามิน ดี 2 ที่สังเคราะห์ในพืช เห็ดและยีสต์จากรังสี UV ในแสงแดด พบมากในเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ และ วิตามินดี 3 ที่สังเคราะห์ในผิวหนังของคนจากรังสี UVB เท่านั้น เนื่องจากเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น ตกกระทบที่ผิวหนังชั้นนอกสุดหรือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวบริเวณที่สังเคราะห์วิตามินดี ทำให้ผิวไหม้และมีอาการแสบร้อน ต่างจากรังสี UVA ที่มีช่วงคลื่นยาว ตกกระทบไปถึงชั้นผิวชั้นในหรือชั้นหนังแท้ และมีผลกระทบต่อการทำลายเซลล์ผิวได้มากกว่า

นอกจากการสังเคราะห์จากแสงแดด วิตามินดีพบได้มากส่วนใหญ่ในเนื้อปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซมอน ปลาเทราต์ ทูน่า เป็นต้น และพบได้บ้างในเนื้อสัตว์ น้ำส้ม และนม อีกด้วย

ช่วงเวลาในการรับวิตามินได้ดี

การรับแสงแดดที่เหมาะสมต่อการสังเคราะห์วิตามินดี ควรเป็นแสงแดดอ่อนๆ ที่ไม่แสบร้อนจนทำร้ายผิวในระยะยาวได้ ระยะเวลาในการรับแสงแดดขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 10-15 นาทีต่อวันเท่านั้น ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ละประเทศหรือแม้แต่พื้นที่ในประเทศเดียวกันก็มีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศ ภูมิภาค สภาพอากาศ นั่นเอง

ปริมาณการสังเคราะห์วิตามินดีจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาธิเช่น การทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV มลภาวะทางอากาศ ฤดูกาล สภาพอากาศ ภูมิประเทศ ปริมาณเมฆ ที่จะบดบังรังสี UVB จากแสงแดด ทำให้รับวิตามินดีได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในทางตรงกันข้าม หากแสงแดดที่ตกกระทบผิวหนังมีความเข้มข้นของรังสี UV มากเกินไป เช่น แสงแดดจ้าในช่วงเที่ยง ก็อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชั้นผิวหนัง เป็นสาเหตุของริ้วรอยบนใบหน้า และเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

วิตามินดีช่วยโรคกระดูกพรุน

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ทำให้กระดูกเสื่อม เปราะ บาง ผิดรูปและแตกหักได้ง่าย กระดูกที่ผุกร่อนหรือแตกหักจะทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ

วิตามินดีเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเพื่อไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการสร้างกระดูก ป้องกันไม่ให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก หรือการเกิดภาวะกระดูกบาง ที่จะนำไปสู่โรคกระดูกพรุน นั่นเอง

เห็นมั้ยละว่าแสงแดดก็ไม่ได้มีแต่โทษมีประโยชน์เช่นกัน

 

Continue Reading

รู้ก่อนตัดสินใจกินเจ

          เทศกาลกินเจมาผ่ามทุกๆปีแล้ว หลายๆ คนคงจะเริ่มล้างท้องเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจมา สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเคยกินเจปีนี้เป็นปีแรก อาจยังไม่รู้รายระเอียดเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเท่าไรนัก เราได้รวบรวมความรู้เทศกาลกินเจมาฝากกัน ดังนี้

ข้อห้ามเมื่อต้องถือศีลกินเจ

การถือศีลกินเจนั้นมีข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายอย่าง เช่น งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ งดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าผักที่มีกลิ่นฉุนจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้ที่ถือศีลกินเจทำให้มีจิตใจเร่าร้อน ขัดขวางการรักษาศีล นอกจากนี้ยังต้องงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด และเน้นอาหารรสชาติอ่อนๆ ไม่เปรี้ยวจัด เค็มจัด ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป เพื่อให้ดีต่อสุขภาพร่างกาย ฝึกให้จิตใจให้ไม่ยึดติดเช่นเดียวกับการบำเพ็ญรักษาศีล เป็นต้น

กินเจอย่างไรให้ไม่อ้วน

จริงๆ แล้วการกินอาหารเจนั้นดีต่อสุขภาพ หากเลือกกินอย่างถูกต้อง โดยเน้นอาหารจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ เต้าหู้ หรืออาหารที่ปรุงแต่งน้อยที่สุด แต่อาหารเจในปัจจุบันมักจะปรับให้มีรสชาติที่อร่อยขึ้นเพื่อให้รับประทานง่ายขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภททอด ผัด ที่ใช้น้ำมันเยอะ และปรุงรสชาติให้มีความเค็มมากขึ้น ไม่จืดเหมือนอาหารเจในอดีตที่เน้นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ อีกทั้งอาหารเจส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งเป็นหลัก จึงทำให้หิวบ่อยเพราะคาร์โบไฮเดรตนั้นย่อยง่าย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนกินเจน้ำหนักขึ้นเพราะร่างกายได้รับพลังงานและโซเดียมมากเกิน

ใครสามารถกินเจได้บ้าง

การกินเจสามารถกินได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่จะมีข้อจำกัดสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เพราะเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารควบถ้วนในการเจริญเติบโต อีกทั้งยังต้องระวังในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูง เพราะกลุ่มอาหารเจที่เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองจะมีปริมาณฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง นอกจากนี้อาหารเจจะมีความมันและโซเดียมสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังจึงไม่เหมาะจะบริโภคอาหารเจเป็นเวลานานควรกินให้เหมาะสมกับช่วงอายุวัย

กินเจแตกต่างจากกินมังสวิรัติอย่างไร

มังสวิรัติแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ มังสวิรัติแบบไม่เคร่งครัดที่สามารถบริโภคนมและไข่ได้ ส่วนอีกประเภทคือมังสวิรัติแบบเคร่งครัด ซึ่งจะมีความคล้ายกับการกินเจตรงที่งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหมือนกัน แต่มังสวิรัติจะสามารถนำผักทุกชนิดมาปรุงได้ ในขณะที่อาหารเจมีการปรุงอาหารที่เข้มงวดกว่า เช่น งดผักที่มีกลิ่นฉุน รวมถึงยังต้องรักษาศีลให้จิตใจบริสุทธิ์ด้วย

จะเห็นได้ว่านอกจากทำบุญแล้วยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วยถ้าเรากินให้ถูกวิธี รู้จักวิธีการกินที่ถูกต้อง จะทำให้เราสุขภาพแข็งแรงและจิตใจผ่องใสอีกด้วย

 

 

Continue Reading

6 กลเม็ดเปลี่ยนแปลงผู้เข้าชมเว็บให้เปลี่ยนเป็นลูกค้า

Light
Dark


นักศึกษาฝึกงาน เรียนการคลัง แม้กระนั้นเทียวไปเทียวมาดันพึงพอใจการตลาดมากยิ่งกว่า ถูกใจอ่านหนังสือ ถูกใจฟังความนึกคิดผู้คน เลยมาทดลองเป็นนัก (ต้องการ) เขียน
ผู้เขียน
ส่งต่อเรื่องราวดีๆ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
– คนเข้าเว็บก็มาก…แม้กระนั้นยอดจำหน่ายกลับไม่มากขึ้นสักเท่าไหร่?
– ขั้นตอนแรกพวกเรามารู้จะ Conversion Rate กันก่อน
– แล้ว Conversion Rate สำคัญอย่างไร?
– 6 กลเม็ดแปลงผู้เข้าชมเว็บให้เปลี่ยนเป็นลูกค้า
– เริ่มทดสอบเลยวันนี้!

คนเข้าเว็บก็เยอะแยะ…แม้กระนั้นยอดจำหน่ายกลับไม่มากขึ้นสักเท่าไหร่?
คุณกำลังเจอกับปัญญานี้อยู่หรือไม่? ในทางการตลาดพวกเราเรียกว่า Conversion Rate ของเว็บนั้นยังมีไม่มากพอ ว่าแต่ว่า Conversion Rate เป็นยังไงและก็สำคัญยังไง? แล้วมีแนวทางไหนบ้างที่พวกเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้? ในเนื้อหานี้ พวกเราจะพาคุณไปพบคำตอบเพื่อนำไปต่อยอดและก็ทำเว็บไซต์ของคุณเพื่อแปลงผู้เข้าชมให้เปลี่ยนเป็นลูกค้า ถ้าเกิดคุณพร้อมแล้ว…พวกเรามาเริ่มกันเลย

ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยทำให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วเพิ่มขึ้น
ติดตามได้นานาประการหนทางที่คุณสบาย ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

ข้อแรกพวกเรามารู้จะ Conversion Rate กันก่อน
Conversion Rate เป็นรูปทรงของปริมาณผู้เข้าชมเว็บที่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของพวกเรา เทียบกับปริมาณผู้เข้าชมเว็บทั้งหมดทั้งปวง โดยนิยมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

เป็นต้นว่า ถ้าหากข้างใน 1 เดือน ร้านออนไลน์ของคุณมียอดคนเข้าชมทั้งหมดทั้งปวง 100 คน แม้กระนั้นมีเพียงแต่ 1 คนจากผู้เข้าชมทั้งปวงเพียงแค่นั้นที่ชำระเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณ Conversion Rate ของร้านค้าคุณจะคิดเป็น 1/100 หรือ 1% ต่อเดือน
แม้กระนั้นหากในเดือนนั้นมีลูกค้า 5 ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณ Conversion Rate ของร้านขายของก็จะมากขึ้นเป็น 5/100 หรือ 5% ต่อเดือนนั่นเอง

แล้ว Conversion Rate สำคัญอย่างไร?
อ่านมาจนกระทั่งนี้ คุณอาจจะไม่เคยทราบสึกว่าจำนวน 1% กับ 5% มีผลที่แตกต่างกันกับธุรกิจมากมายขนาดนั้น แม้กระนั้นถ้าเกิดคุณทดลองคิดเป็นจำนวนเงิน ความต่างเพียงนิดหน่อยนี้บางทีอาจคือยอดจำหน่ายที่ไม่เหมือนกันเป็นอย่างมากเลยก็ได้

สมมุติว่าในเดือนนั้นคุณมีผู้เข้าชมเว็บทั้งผอง 1,000 คน และก็ผลิตภัณฑ์ของคุณราคาเฉลี่ยชิ้นละ 100 บาท การที่ Conversion Rate ของเว็บคุณพอๆกับ 1% ต่อเดือนมีความหมายว่าจะมีลูกค้าเพียงแค่ 10 ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณ และก็คุณจะมีรายได้จากการค้าขายเพียงแค่ 1,000 บาทในเดือนนั้น แต่ว่าหาก Conversion Rate มากขึ้นเป็น 5% ต่อเดือน รายได้ต่อเดือนของคุณก็จะมากขึ้นเป็น 5,000 บาท หรือมากขึ้นถึง 5 เท่าอย่างยิ่งจริงๆ

แล้วทดลองมีความรู้สึกว่าหากด้านใน 1 เดือนเว็บของคุณมีผู้เข้าชมมากยิ่งกว่านี้ล่ะ? แล้วหากราคาเฉลี่ยต่อชิ้นของผลิตภัณฑ์ที่คุณขายมากยิ่งกว่านี้ล่ะ? Conversion Rate ที่ 1% กับ 5% ก็จะก่อให้รายได้จากวิธีขายผลิตภัณฑ์ออนไลน์ต่อเดือนของคุณไม่เหมือนกันถึง 5 เท่าเลยล่ะ

คุณมองเห็นไม่เหมือนกันในคำตอบของเลขเปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างเพียงนิดหน่อยแล้วใช่ไหม โน่นเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดพวกเราจำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจกับ Conversion Rate ยิ่งมีปริมาณผู้เข้าชมเว็บเยอะขึ้นเรื่อยๆเยอะแค่ไหน Conversion Rate ก็จะยิ่งสำคัญมากขึ้นแค่นั้น เนื่องจากว่ามันเป็นปัจจัยหลักที่จะระบุยอดจำหน่ายของคุณ
แล้วทำอย่างไรเว็บของพวกเราถึงจะมี Conversion Rate ที่สูงขึ้นกันล่ะ? ลองมอง 6 แนวทางสร้างการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราคัดสรรมานำเสนอคุณในวันนี้กันเลย!

6 เคล็ดลับแปลงผู้เข้าชมเว็บให้เปลี่ยนเป็นลูกค้า
กลยุทธ์ที่ 1 : โชว์จุดขายของคุณให้มองเห็นได้ง่ายในหน้าเว็บ
คำว่า ‘จุดขาย ’ หมายความว่าสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณต่างจากคู่ปรปักษ์ หรือก็คือสิ่งที่คู่ต่อสู้ของคุณไม่มีนั่นเอง

ลองนึกดูตัวคุณเองเวลาช็อปปิ้งออนไลน์ คุณอาจมิได้มองผลิตภัณฑ์นั้นๆจากเพียงแค่เว็บไซต์เดียวใช่ไหม? สลับกัน คุณเปิดมองผลิตภัณฑ์เดียวกันจากหลายๆเว็บไซต์เพื่อมองความน่าไว้ใจรวมทั้งหาราค้าง โปรโมชั่น และก็คำแนะนำที่ยอดเยี่ยม ลูกค้าของคุณก็เหมือนกัน

‘เพราะอะไรพวกเราจำเป็นต้องจับจ่ายซื้อของจากเว็บไซต์แห่งนี้แทนที่จะเป็นเว็บไซต์อื่น? ’  โน่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าถามตนเองเมื่อพวกเขาคิดจะจ่ายตลาดจากคุณ ฉะนั้นการโชว์ ‘จุดขาย ’  ของตนให้ลูกค้ามองเห็นอย่างแจ่มแจ้งในหน้าเว็บของคุณก็เลยเกิดเรื่องที่สำคัญมาก

UNIQLO : CLICK & COLLECT Service
ลองมอง UNIQLO เป็นตัวสิ่งแรก เมื่อคุณคลิกเข้าไปในหน้าเว็บ คุณจะมองเห็นแถบ CLICK & COLLECT ข้างบน ซึ่งเป็นบริการที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ออนไลน์และก็ไปรับผลิตภัณฑ์ที่สาขาได้ โดยไม่มีระบุยอดสั่งซื้ออย่างต่ำ แล้วก็ลูกค้าไม่ต้องจ่ายค่าขนส่งหรือค่าบรรจุภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ทั้งยังสิ้ความสบายในราคาที่พอๆกับการไปซื้อเองที่ร้านค้า

TOMS : Stand For Tomorrow Campaign
จุดขายของแบรนด์ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเกิดเรื่องการจัดส่งฟรีสิ่งเดียวเพียงแค่นั้น คุณอาจจะทดลองคิดอะไรที่ไม่เหมือนกันอย่างแบรนด์รองเท้าเพื่อสังคมอย่าง TOMS ที่ในตอนนี้มีแคมเปญ Stand For Tomorrow ที่เว้นแต่ลูกค้าจะได้รองเท้าที่ประทับใจไปใส่แล้ว ยังสามารถเลือกได้ว่าจะบริจาคยอดซื้อส่วนหนึ่งส่วนใดของตนเองให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบปัญหาภายในสังคมเรื่องใดด้วย จุดขายของ TOMS ในที่นี้ก็คือลูกค้าจะได้รับความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับในการร่วมแก้ไขปัญหาสังคม รวมทั้งเหมือนกับแบบอย่างก่อนหน้า จุดขายของ TOMS ถูกพรีเซนเทชั่นไว้กึ่งกลางหน้าเว็บอย่างเห็นได้ชัด

อ่านที่ตรงนี้จบ ถ้าเกิดธุรกิจของคุณยังไม่มีจุดขาย พวกเราต้องการที่จะให้คุณเริ่มคิดตั้งแต่เดี๋ยวนี้ แต่ว่าถ้าหากว่าคุณมีจุดขายอยู่แล้ว คุณได้ใส่มันลงไปในเว็บในส่วนที่สะดุดตาแล้วก็ลูกค้าจะมองเห็นได้ง่ายแล้วหรือยัง?

กลเม็ดที่ 2 : หาหนทางติดต่อสื่อสารกับผู้คนที่เข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณให้เร็วที่สุด
ผู้เข้าชมเว็บโดยมากมิได้ตกลงใจซื้อผลิตภัณฑ์เมื่อเข้าชมคราวแรก พวกเขาจะเปิดเข้ามาดูแล้วกลับออกไปเพื่อคิดพิเคราะห์ มองเปรียบเทียบกับที่อื่นๆบางครั้งอาจจะทั้งยังออนไลน์รวมทั้งออฟไลน์ แล้วก็จะกลับมาก็เมื่อแน่ใจว่าเว็บของคุณเป็นที่ที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเขาจริงๆ

ด้วยความประพฤติแนวทางในการเลือกซื้อของนี้เอง การมีหนทางติดต่อกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ของพวกเราไว้ก่อนก็เลยเกิดเรื่องที่สำคัญ เพราะว่ามันจะก่อให้คุณสามารถส่งข้อความ แจ้งเตือน โปรโมชั่น หรือส่วนลดต่างๆไปให้พวกเขาได้ภายหลังที่เขาออกมาจากเว็บของคุณไปและก็กำลังอยู่ระหว่างการคิดพินิจพิเคราะห์ เพื่อเพิ่มจังหวะที่เขาจะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต โดยวิถีทางการติดต่อที่ได้รับความนิยมกันเยอะที่สุดก็คืออีเมลนั่นเอง

ว่าแต่ว่าจู่ๆพวกเราจะไปขออีเมลของผู้เข้าชมอย่างไรดีล่ะ? แนวทางยอดนิยมที่ผู้ครอบครองเว็บไซต์ต่างๆใช้กันสูงที่สุดก็คือการใช้ป๊อปอัพ (Pop-up) นั่นเอง ป๊อปอัพเป็นแนวทางที่ง่าย แต่ว่าการใช้ป๊อปอัพให้ ‘เห็นผล’ นั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ลองคิดดูตัวคุณเองเวลาเข้าเว็บหนึ่งแล้วมีป๊อปอัพกระดอนขึ้นมาขออีเมลของคุณสิ แน่ๆว่าคุณมิได้ให้อีเมลกับทุกเว็บไซต์ คุณจะยอมอีเมลก็เมื่อคุณได้รับสิ่งที่ให้ท่านค่ากับคุณเป็นสิ่งตอบแทนแค่นั้น มาทดลองดูแบบอย่างข้างล่างนี้ไปพร้อมเพียงกันเพื่อเป็นไอเดียสำหรับการทำป๊อปอัพของคุณกันเหอะ

ดึงดูดใจด้วยส่วนลดพิเศษ
แบรนด์เสื้อผ้าในตำนานอย่าง TOMMY HILFIGER ดึงดูดใจกรุ๊ปผู้เข้าชมเว็บด้วยการเสนอส่วนลดสูงถึง 20% สำหรับในการสั่งซื้อคราวแรก และก็ยังมีสิทธิผลดีพิเศษอื่นๆมอบให้อีกเยอะแยะ เพียงพวกเขาร่วมเป็นพวกของ Hilfiger Club แค่นั้น

‍ดึงดูดใจด้วยการแจกสิ่งที่ผู้เข้าชมบางครั้งอาจจะพอใจ
ซึ่งสิ่งที่จะแจกก็ขึ้นกับว่าเว็บนั้นเกี่ยวกับอะไร และก็พวกเรามีความรู้สึกว่าผู้ที่เข้ามามองเว็บไซต์ของพวกเรานั้นปรารถนาอะไร ดังเช่นว่า ผู้เข้าชมเว็บไซต์ 2X eCommerce จะได้รับวิธีการและก็เคล็ดวิธีสุดพิเศษที่สามารถช่วยให้ธุรกิจ e-commerce ของพวกเขาเติบโตกล้วยๆเพียงกรอกชื่อและก็อีเมลเพื่อสมัครสมาชิกกับทางเว็บ ในเวลาที่ผู้ที่พึงพอใจและก็คลิกเข้าไปมองบล็อกบริหารร่างกาย ก็จะมองเห็นป๊อปอัพแจกคู่มือการเริ่มต้นบริหารร่างกาย ส่วนเว็บที่รับพินิจพิจารณาและก็เปลี่ยนแปลงเว็บก็เสนอแจกแบบอย่างอุปกรณ์ให้ผู้เข้าชมสามารถทดสอบการใช้กันได้ฟรีๆตรงเวลา 30 วัน ฯลฯ

 

 

Continue Reading