ขับรถกลางคืนยังไงให้ปลอดภัย

หลายๆคนก็มักจะออกเดินทางก่อน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด จึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทาง ขับรถตอนกลางคืน เพื่อให้ไปถึงที่หมายในช่วงเช้าตรู่ เตรียมพร้อมพักผ่อน และออกเดินทางไปเที่ยวต่อตามแผน แต่การขับรถในเวลากลางคืนนั้นจะต้องใช้สมาธิ และมีสติในทุกๆ ช่วงเวลาในการขับขี่ เนื่องจากความมืดมิดในเส้นทางจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนเราจึงมาแนะนำวิธีการขับรถตอนกลางคืนยังไงให้ปลอดภัยมาฝาก

เตรียมร่างกายให้พร้อม

ก่อนที่จะเดินทางไปไหน หรือต้องขับรถไกลๆ ในช่วงเวลากลางคืนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมร่างกายให้พร้อมนั้นก็คือ พักผ่อนให้เพียงพอครับ เพราะหากร่างกายไม่พร้อมต่อการขับขี่ในช่วงกลางคืนและระยะทางไกลๆ แบบนี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการหลับในได้ หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถในช่วงเวลากลางคืนก็อย่าลืมนอนหลับให้เพียงพอก่อนที่จะเดินทางด้วยนะ

ระบบไฟต้องพร้อม

ที่สำคัญหากคุณจะต้องเดินทางในช่วงเวลากลางคืน ระบบไฟภายในรถนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะหากระบบไฟของคุณดันมีปัญหาขึ้นมา หรือมีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากเส้นทางที่ไม่คุ้นชินหืออาจจะเกิดจากรถที่ขับตามมาที่มองไม่เห็นรถของคุณก็เป็นได้

งดทานยาที่ทำให้ง่วง

หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถตอนกลางคืน เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว หรือไปทำธุระในสถานที่ต่างๆก็ควรที่จะงดทานยาที่ทำให้ง่วงนอนด้วยนะเพราะฤทธิ์ยาที่ส่งผลทำให้ง่วงนอนนั้นเป็นสิ่งที่อัตรายในการขับขี่มากๆ และยิ่งเจอบรรยากาศที่มืดๆชวนให้นอนแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้คุณเกิดอาการวูบหลับได้ง่ายๆ และอาจทำให้เกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุได้

ระวังรถจอดไหล่ทาง

ในการขับรถตอนกลางคืนนั้น เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยเดินทางตอนกลางคืนก็มักจะพบเจอรถที่จอดบริเวณไหล่ทางอยู่บ่อยครั้ง และโดยส่วนมากก็จะเป็นรถสิบล้อ รถพ่วง หรือรถบรรทุกต่างๆ ที่มักจะจอดรถบนไหล่ทาง เพื่อพักผ่อนหลับนอนกันอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงรถยนต์บางคันที่จอดเสียอยู่บนไหล่ทาง ซึ่งมักจะไม่ค่อยยอมเปิดไฟฉุกเฉินบอกรถคันอื่น แต่ชอบที่จะเอากิ่งไม้มากั้นไว้แทนซึ่งหากใครที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และยิ่งขับรถตอนกลางคืนที่มีทัศนวิสัยไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว ก็ต้องคอยระวังรถที่จอดไหล่ทางเอาไว้ด้วยนะครับ อย่าขับเพลินจนไม่ทันสังเกตเดี๋ยวกะขับไปขนท้ายรถที่จอดไหล่ทางได้

ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า

การขับรถในช่วงกลางคืนนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดีมากนัก จึงควรที่จะเว้นระยะให้ห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าตอนช่วงกลางวันนะ เพราะคุณคงไม่สามารถประเมินรถคันข้างหน้าได้ว่าไปส่องสว่างของรถคันนั้นสว่างมากพอเพียงใด และหากขับใกล้มากจนเกินไปอาจทำให้คุณขับชนท้ายรถคันหน้าได้ง่ายๆ หรือหากมีรถคันไหนจี้ท้ายคุณมาก็ควรที่จะหลบให้รถคันนั้นขับแซงไปก่อนจะดีที่สุด

หยุดพักบ้าง

หลายๆ คนก็คงจะอยากไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดโดยไม่อยากที่จะเสียเวลาหยุดแวะพักที่ไหน แต่เชื่อเถอะครับว่าการขับรถตอนกลางคืนที่บรรยากาศชวนให้นอนแบบนี้ การพักรถเป็นระยะๆ จะช่วยให้คุณถึงที่หมายโดยปลอดภัยได้ เพราะความเมื่อยล้าจากการขับรถทางไกลเป็นเวลานานๆ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้นะ จึงควรหยุดพักเป็นระยะพร้อมทั้งลงจากรถเปลี่ยนอิริยาบท เพื่อความกระปรี้กระเปร่า และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางต่อไป

 

Continue Reading

ผลไม้ไหว้เจ้า

ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนกันแล้วหลายๆคนคงเตรียมตัวจะไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษเราจะมาแนะนำผลไม้มงคลสำหรับไหว้เจ้ากัน ไปดูกันได้เลย

  1. ส้ม

ผลไม้แห่งสิริมงคลต้องเลือกส้มที่มีเปลือกมีสีส้มหรือสีเหลืองทอง เหตุที่ต้องเป็นส้มสีทองก็เพราะ สีทอง เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษอะไร ขอให้มีเปลือกสีส้มหรือสีเหลืองทองก็เป็นอันใช้ได้

  1. กล้วย

ผลไม้แห่งความมั่งมีแนะนำว่าเป็นกล้วยหอมทองจะดีที่สุด ด้วยลักษณะของกล้วยที่ออกเป็นเครือ จึงมีความหมายในทางมงคลว่า ทำให้ครอบครัวเจริญงอกงามมีลูกหลานมากมายไว้สืบสกุล อีกทั้งกล้วยเป็นพืชที่แตกหน่อแพร่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทนทาน ตายยาก ก็สื่อความหมายถึงการแพร่ขยายของวงศ์ตระกูลได้ดีนั่นเอง และสีเหลืองทองของกล้วยยังหมายถึงความมั่งมี ร่ำรวยเงินทองอีกด้วย

  1. สับปะรด

ผลไม้แห่งความโชคดีสำหรับสับปะรดภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่าอั่งไล้แปลว่า เรียกสีแดงมา โดยคำว่า อั่ง แปลว่าสีแดง ส่วนคำว่า ไล้ แปลว่า เรียกมาหาเรา เมื่อรวมกันจึงแปลความได้ว่า เรียกสีแดงหรือเรียกความโชคดีให้มาหาเรา จึงควรมีสับปะรดเป็นหนึ่งในของไหว้ อย่าได้ขาด

  1. องุ่น

ผลไม้แห่งความงอกงามองุ่นก็เช่นกัน เป็นผลไม้ที่มีความหมายดีในแง่ของภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยคนจีนแต้จิ๋วจะเรียกว่า “ผู่ท้อ” แปลว่า “งอกงาม” โดยสรุปคือการนำองุ่นมาเป็นของไหว้จะทำให้ผู้ไหว้และครบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง เติบโต นั่นเอง แต่เน้นว่าต้องเป็นองุ่นสีแดง เพื่อเอาเคล็ดเรื่องสีที่เป็นมงคล เป็นสีแห่งความเฮงหรือความโชคดีนั่นเอง

  1. แก้วมังกร

ผลไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยชื่อเสียงเรียงนามก็น่าเกรงขามแล้ว สำหรับแก้วมังกร ตามคติความเชื่อของชาวจีนจะนับถือมังกรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งแก้วมังกรมีเปลือกเป็นสีแดง เป็นสีมงคลนำพาความเฮง เฮง เฮง มาให้ครอบครัว ซินแสแนะนำว่าควรเลือกแก้วมังกรที่มีเปลือกสีแดงและเนื้อด้านในเป็นสีแดงเข้มด้วยก็ยิ่งดี ยิ่งเสริมมงคลให้มีมากเท่าทวีคูณ

ใครจะเอาผลไม้ที่มีสีแดงหรือสีเหลืองทองอื่นๆ มาไหว้เสริมด้วย ที่นิยมกันส่วนใหญ่เห็นจะเป็น แอปเปิ้ลแดง สตรอว์เบอร์รี่ และสาลี่ทอง เป็นต้น ส่วนปริมาณจะไหว้มากไหว้น้อยก็ตามศรัทธา หลักการส่วนการไหว้ตรุษจีนที่ถูกต้องตามหลักดั้งเดิมนั้นจะไหว้กัน 4 เวลา คือ

ตอนเช้า ไหว้พระไหว้เจ้า ช่วงเวลาประมาณ 07.00-09.00 น. หลังจากไหว้เสร็จ จะนำของไหว้มารับประทานเพื่อเป็นสิริมงคล

ตอนสาย ไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ช่วงเวลาประมาณ 09.00-12.00 น. รับประทานของไหว้ได้เช่นกัน

ตอนบ่าย ไหว้สัมภเวสี ผีไม่มีญาติ ช่วงเวลาประมาณ 13.00-15.00 น. ของไหว้จะจัดเยอะมากขึ้น โดยเพิ่มข้าวสารอาหารแห้งเข้าไปด้วย พอไหว้เสร็จ ส่วนใหญ่จะเอาไปแจกจ่ายให้ผู้คนทั่วไป เป็นการทำบุญให้ทานกับคนจำนวนมากๆ

ตอนดึก ไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภเงินทอง ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของไหว้มีมากมายหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นต้องมีผลไม้ 5 อย่างด้วย

 

 

Continue Reading

เว็บแทงบอลออนไลน์

IMIRICH ฟุตบอล พนันบอล บอลออนไลน์ แทงบอลสด

ฟุตบอล พนันบอล พนันบอลคาสิโน เว็บพนันบอลออนไลน์ที่พกเอาความน่าสนใจจากเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่มาอย่างครบครัน ในเรื่องของรายการเดิมพันที่หลากหลาย รับรองได้ถึงความสนุกสนานแน่นอน ที่สำคัญยังรองรับระบบภาษาไทยอีกด้วย แทงขั้นต่ำก็สามารถแทงได้เพียงแค่ 10 บาท เดิมพันขั้นต่ำก็เพียงแค่ 2 คู่ สำคัญที่สุดสามารถดูบอลสดๆผ่านเว็บได้เลย เห็นแบบนี้แล้วสบายใจกันได้เลยว่าเว็บ IMIRICH นั้นสะดวกสบายทุกที่ทุกวลาจริงๆ  อีก 1 อย่างที่ถูกใจนักเดิมพันหลายๆท่าน ที่แทบทุกท่านถามหาเสมอนั่นก็คือ คาสิโนออนไลน์ ทาง IMIRICH ก็ได้คำนึงถึงจุดนี้เช่นกัน ทางเว็บไซต์ก็ได้มีการนำคาสิโนระดับโลกและหลากหลายรายการมาไว้ในเว็บไซต์ของเราให้นักเดิมพันทุกท่านได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน

               IMIRICH บริการเว็บพนันออนไลน์ที่เปิดมาอย่างยาวนาน และการพนันครบวงจรและเว็บไซต์ของเรายังมีโปรโมชั่นดีมากมายให้คุณ IMIRICH เป็นเว็บแทงบอลที่เรามีพนักงานที่มีความชำนาญ และใจรักบริการ พร้อมให้ความช่วยเหลือท่านได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เราเป็นเว็บพนันออนไลน์ครบวงจร ทั้ง คาสิโนออนไลน์ หวยออนไลน์ มวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์อื่นๆ อีกมากมาย ระบบ ฝาก-ถอนได้ตลอด 24 ชม. เราพร้อมที่จะค่อยให้ความสุขกับท่าน ได้ตลอดเวลา ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย โปรโมชั่นมีให้เลือกอย่างมากมายเรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆอย่างแน่นอน คุณสามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณอาจจะเป็นผู้โชคดีรครับรางวัลใหญ่จากการแทงบอล อย่างชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอนและเพลิดเพลินไปกับทีมที่คุณรักให้คุณนั้นรับกำไรเต็มๆเข้ากระเป๋าไปได้เลย และเว็บไซต์ของเรามอบอิสระในการเดิมพันให้อย่างเต็มที่ มีให้เลือกแทงได้ทุกลีค รอบโลก และยงเปิดราคาที่เรียกได้ว่าสุดคุ้มกันเลยทีเดียว คุรสามารถเลือกเล่นได้อย่างอิสระ และเว็บของเรามีลิงค์รับชมบอลสดๆแบบคุณภาพ HD เพื่อได้อรรสรสในการลุ้นได้อย่างเต็มที่ เราขอแนะนำเว็บ IMIRICH อย่าห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

               แทงบอลอนไลน์ ในปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นปกติในสังคมไทยในตอนนนี้ เพราะว่าก็มีแต่คนแทงบอลกันทั้งนั้น บางคนแทงกันขำๆ และบางคนแทงเป็นอาชีพ การลงทุนของในการแทงบอลนั้น มีทั้งกำไร และก็ขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการพนันในรูปแบบใด โดยนักแทงบอลออนไลน์มืออาชีพนั้น กว่าจะประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเสีย ต่างก็ต้องมีทั้งได้และเสียกันทั้งนั้น และคนส่วนใหญ่มักจะเสียกัน และไม่ประสบความสำเร็จในการแทงบอลออนไลน์ ก็เพราะคนเหล่านั้น แทงบอลออนไลน์กันอย่างไม่มีแบบแผนในการเล่นพนันออนไลน์ และจะทำให้เราหรือคนเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จในการแทงบอลออนไลน์

การเล่นพนันบอลแบบออนไลน์ เป็นการเล่นในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้ผ่านคนกลาง แก้ไขปัญหาเรื่องการโกงจากคนกลาง เป็นการรับรองการเล่นพนันฟุตบอลผ่านระบบออนไลน์ไม่ว่าตัวนักพนันจะอยู่ไหนก็จะสามารถเล่นพนันบอลผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ตได้ การเล่นพนันบอลนั้นจะต้องนึกถึงการเลือกเว็บถ้าเลือกเว็บที่ดี มันก็จะดีแก่ตัวนักพนัน ถ้าเลือกเว็บที่ไม่ดีอาจจะทำให้ตัวนักพนันนั้นเสียความรู้สึก การพนันฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งการพนันที่ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก แทงบอลออนไลน์ เป็นเว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดมีกิจกรรมกีฬาให้ได้ร่วมสนุกในการวางเดิมพันกว่า 500 กิจกรรมกีฬา ต่อ สัปดาห์และครอบคลุมทุกลีกที่อยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก  และยังรวมถึงกีฬาระหว่างประเทศอีกหลากหลายรายการ  พร้อมให้บริการตลอดทั้งวัน โดยสามารถติดต่อได้ผ่านทางโทรคำศัพท์ แชทผ่านหน้าเว็บ หรือทางไลน์ โดยมีบุคลากรมืออาชีพที่รอให้บริการตลอดระยะเวลาโดยที่ไม่มีทางหยุด พร้อมมีโปรโมชั่นพิเศษเยอะมาก

               IMIRICH เว็บพนันบอล กีฬาออนไลน์ สามารถสมัครผ่านเว็บ หรือ บนโทรศัพท์มือถือที่เป็น ไอโฟน หรือ แอนดรอยด์ ซึ่งมีระบบระเบียบรักษาความ ปลอดภัย อย่างเป็นมืออาชีพสามารถเชื่อใจได้รวมทั้งมีมาตรฐานสากลสุดยอดสำหรับในการรองรับการพนันบอล แทงบอล ผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ต มีให้นักพนันเลือกเล่นมากมาย

 

Continue Reading

การบริหารร่างกาย

               เนื่องจากการออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในแต่ละวัน ช่วยเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงและช่วยลดไขมันที่สะสมตามตัว การบริหารร่างกายถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

               ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นและการทรงตัว รวมทั้งเป็นการอบอุ่นร่างกายมีหลากหลายท่าทาง และแต่ละท่าทางให้ทำทั้งด้านซ้ายและขวา โดยให้ทำค้างไว้แล้วนับ 1-10 จากนั้นให้เปลี่ยนท่าใช้เวลากับท่านี้ซัก 10 นาที

ท่าหมุนหัวไหล่ใช้มือแตะหัวไหล่แล้วหมุน

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าแขน ยื่นแขนออกแล้วแบมือลงจากนั้นใช้มืออีกข้างหนึ่งดัดนิ้วมือทั้ง 5 ค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลังแขน ยกมือซ้ายไขว้หลังแล้วใช้มือขวายืดศอกซ้ายข้างไว้ทำสลับข้างกัน

ท่ายืดกล้าเนื้อไหล่ ใช้บริเวณข้อพับของแขนข้างซ้ายหนีบศอกขวาเหยียดแขนตรงไปทางซ้ายแล้วยืดเส้นค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าอก แอ่นหน้าอกไปด้านหน้าแล้วประสานมือยื่นออกไปด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง ก้มหลังลงนิ้วแตะพื้น

ท่ายืดกล้ามเนื้อท้อง เงยหน้าขึ้นยืดกล้ามท้อง

ท่ายืดกล้ามเนื้อขา ก้าวขาออกมาด้านหน้าแล้วตรึงไว้ทีละข้างย่อขาหลังลง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าขาใช้ปลายมือจับปลายเท้ายึดไว้จากด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง ก้าวขาใดขาหนึ่งออกมาแล้วย่อขาที่ก้าวออกมาด้านหน้าจากนั้น ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งกดบนหัวเข่าไว้เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง

ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะทำให้มีการเผาผลาญเพิ่มขึ้ช่วยให้ลดน้ำหนักและควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น มี 7 ท่า

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านหน้า ยกน้ำหนักขึ้นลงในท่ายืน

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านล่าง ยกน้ำหนักขึ้นพับแขนไปด้านหลัง

ท่ากล้ามเนื้อหัวไหล่ ยกที่ยกน้ำหนักไว้ที่ลำตัวอาจจะที่ยกน้ำหนัก มีปริมาณน้ำหนักที่ไม่หนักมากยกซัก 2 อัน สำหรับด้านซ้ายและขวา ยกไว้แล้วยืนตรงแนบลำตัวจากนั้นกางออก ทำซ้ำๆ

ท่ากล้ามเนื้ออก ยกดรัมเบลขึ้น ให้ดรัมเบลอยู่ในระดับหู ตั้งฉากมือทั้งสองข้าง แล้วแยกออกหุบแขนเข้าออก

ท่ากล้ามเนื้อท้อง ใช้ท่า ซิทอัพ

ท่ากล้ามเนื้อหลัง นอนตั้งขาขึ้นเหมือนการซิทอัพแล้วยกสะโพกขึ้นลง

ท่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า นั่งบนเก้าอี้และยกขาขึ้นเหยียดตรงออกไปด้านหน้า พร้อมทำสลับซ้ายขาว

 

 

 

 

Continue Reading

ติดคาเฟอีนเสี่ยงตาย

แน่นอนทุกเช้าตื่นมาหลายคนโดยเฉพาะคอกาแฟ ทั้งหลายเป็นอันต้องดื่มทั้งมีความเชื่อว่าไม่ได้กินทำงานไม่ได้บ้างแหละจนติดกันเลยทีเดียวโดย
สารคาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มทั่วไป ทั้งน้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลังอีกหลายชนิด สารคาเฟอีนมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว แต่การได้รับสารคาเฟอีนมากเกินไป ก็ก่อให้เกิดเสียกับร่างกายได้เหมือนกัน วันนี้เราลองมาดูกันว่าอันตรายจากคาเฟอีนนั้นมีอะไรบ้าง

1.ทำให้เกิดอาการปวดหัว สารคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ แต่หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะกระตุ้นทำให้เกิดอาการปวดหัวมากขึ้น หากได้รับคาเฟอีนมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กลายเป็นไมเกรนได้ในที่สุด

2.ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หากรู้สึกมีอาการใจสั่น ให้รู้ไว้เลยว่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปแล้ว โดยทั่วไปหากดื่มกาแฟหลายแก้วใน 1 วัน จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว เพราะคาเฟอีนกระตุ้นประสาทมากเกินไป ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและอาจจะเป็นอันตรายสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้

3.เพิ่มความดันโลหิต จากการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับคาเฟอีนเพียงแค่ 160 มิลลิกรัม ก็ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้แล้ว ดังนั้นในแต่ละวัน ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกินกว่า 250 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับกาแฟ 2 แก้ว.ทำให้ร่างกายรู้สึกเลือดสูบฉีดมากเกินปกติอาจมีอาการดีดจนเกินไป

4.เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ สำหรับกลุ่มวัยรุ่น ที่ดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณมาก จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ คาเฟอีนไม่ได้มีแต่ในกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีในช็อกโกแลต ยาพาราเซตามอล น้ำอัดลมอีกด้วย

5.ลำไส้แปรปรวน หากร่างกายได้รับคาเฟอีน 500 – 600 มิลลิกรัม เท่ากับกาแฟ 5 – 6 แก้ว จะทำให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน จนเกิดอาการลำไส้แปรปรวนได้ คาเฟอีนยังมีฤทธิ์ในการขับน้ำ จึงทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยเรียกได้ว่าต้องเข้าห้องน้ำบ่อยจนเบื่อกันเลยแหละ

6.แน่นอนกับอาการนอนไม่หลับ คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียมากก็ตาม ทำให้หัวใจเต้นเร็วและทำให้ตาแข็งตาสว่างอยู่ตลอดอีกด้วย

7.อาจก่อให้เกิดอาการประสาทหลอน อาการประสาทหลอนที่เกิดจากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปนั้น เกิดจากความเครียดเนื่องจากร่างกายไม่ได้พักผ่อน ทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลีนหลั่งออกมามากเกินไป

8.อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวันอันควร การดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นร่างกายนั้น เป็นการดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ หากอยากเพิ่มพลังให้ร่างกาย ให้เปลี่ยนมานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะดีกว่า

9.เสียชีวิตกะทันหัน หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้เกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล จนทำให้เกิดอาการชัก ปอดแฟบ หัวใจบีบรัด ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและหัวใจล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตได้ ระดับคาเฟอีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ที่ 5,000 – 10,000 มิลลิกรัม

เห็นได้ว่าสารคาเฟอีนมีทั้งประโยชน์และโทษ หากร่างกายได้รับในปริมาณที่พอดี จะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ตื่นตัว สมองสดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไป จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างฉับพลันเราควรเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเองจะดีที่สุดเพื่อสุขภาพคุณเอง

 

 

 

 

 

Continue Reading

เทคนิคเติมความหวานให้ความรัก

สำหรับคู่รักที่รักกันไปนานๆ อาจจะละเลยกันไปแบบไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นไม่ดีแน่จริงไหม เราเลยนำเทคนิคการเติมความหวานให้ความรัก มาให้กับคนรักกัน รับรองว่าหากทำตามแบบนี้ต่อกันทุกวันแบบสม่ำเสมอ ความรักของคุณจะไม่มีวันจืดแน่นอน

  1. หวานให้เป็นเรื่องปกติ

หมั่นแสดงความรักต่อกันให้เป็นเรื่องปกติประจำวัน เช่น บอกรักก่อนนอน หอมสักฟอดก่อนไปทำงาน ที่สำคัญอย่าลืมกอดกันในทุกๆ วันด้วยนะคะ หรือจะเลือกใช้สรรพนามเรียนแทนชื่อกันแบบน่ารักๆ ก็ช่วยกระชับความรักให้แน่นขึ้น

  1. มีของขวัญให้กันบ้าง

เติมความหวานด้วยของขวัญ เป็นไอเดียบอกรักสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยมในหมู่คู่รักมานาน เพราะฉะนั้นจงจดจำวันพิเศษต่างๆ ใน 1 ปีให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญทางปฏิทิน หรือวันสำคัญทางใจ ก็ต้องมีนะ

  1. รักออนไลน์

กระแสโซเชียลกำลังครองโลก เพราะฉะนั้นเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ ด้วยการแสดงความรักผ่านทุกโซเชียลที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสเตตัสหวานๆ หรือโพสต์รูปอวดชาวโซเชียลไปเลยก็ได้ รับรองว่าสิ่งนี้จะช่วยให้คุณและคนรักกระชุ่มกระชวยหัวใจและแอบยิ้มเบาๆ เมื่อเห็นเขาโพสต์ถึงคุณ

  1. จัดดินเนอร์สุดโรแมนติก

กินข้าวที่บ้านหรือร้านประจำหน้าปากซอยทุกวันมันก็คงเบื่อจริงไหม ถ้าอย่างนั้นลองชวนกันไปเปลี่ยนบรรยากาศโดยไม่ต้องรอวันสำคัญใดๆ ให้มาถึง เพราะมื้อพิเศษที่มีแค่คุณและคนรักท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกจะทำให้คุณทั้งสองดื่มด่ำความรักที่มีต่อกันได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ให้อารมณ์เหมือนเดทแรกของคุณทั้งสองก็ว่าได้

  1. ต้องยอมๆกันบ้าง

แม้จะรักกันแค่ไหนแต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันไปหมดซะทุกอย่าง แต่บางครั้งเพื่อความรักที่หวานชื่น คุณอาจจะต้องยอมลดและตามใจอีกฝั่งในบางเรื่องบ้าง เพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ถ้าคุณลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนรัก แบบที่เขาคาดไม่ถึงว่าเขาจะทำ รับรองว่าเขาจะแอบฟินแบบมีพลุระเบิดอยู่ในใจแน่นอน

  1. ออกไปเที่ยวกันบ้าง

การท่องเที่ยวทำให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ทริปรักแสนโรแมนติกท่ามกลางบรรยากาศสายลม แสงแดด เสียงคลื่น หรือวิวภูเขาสวยงามท่ามกลางไอหมอกหนาวเย็น ก็ช่วยกระชับสัมพันธ์ให้หัวใจได้ใกล้กันทั้งนั้น แต่ถ้าอยากจะพิสูจน์รักแท้ก็ต้องลองไปบุกป่าฝ่าดงด้วยกันสักหน่อย เพราะความยากลำบากจะเผยให้เห็นถึงหัวใจที่แท้จริงของกันและกัน ความเอื้ออาทรระหว่างการเดินทางนั่นแหละคือสัญญาณของรักแท้

  1. รำลึกความหวาน

เรื่องรักแสนหวานในวันวานจะทำให้หัวใจได้เบ่งบานอีกครั้ง ลองนึกย้อนดูว่าแรกกันกันใหม่ๆ คุณทำอะไรให้กันบ้าง อาจชวนกันไปรำลึกอดีตรักยังสถานที่ที่พบกันครั้งแรกหรือออกเดทกันครั้งแรก เปิดเพลงรักเพลงเก่าที่เคยให้กันสมัยวัยรุ่น พูดคุยถึงเรื่องราวในวันวานให้ได้อมยิ้มกันเบาๆ เปิดดูภาพเก่าๆ ให้หวนคิดถึงความทรงจำสุดสวีท

  1. เซอร์ไพรส์

การเซอร์ไพรส์ยังคงเป็นมุกรักที่ใช้มัดใจได้ตลอดกาล แต่บอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องทำเซอร์ไพรส์กันแบบเวอร์วังเสมอไป แต่ความพิเศษเล็กน้อยที่ทำให้กันก็ช่วยเติมเต็มชีวิตรักสดใสได้ แอบส่งดอกไม้ให้กันบ้าง หรือให้ของขวัญที่คาดไม่ถึง เพียงเท่านี้ก็น่าประทับใจแล้ว

  1. เสน่ห์ปลายจวัก

อาหารจานไหนก็ไม่ตราตรึงเท่ากับจานที่ปรุงด้วยฝีมือและหัวใจของคุณเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสะดวกซื้อที่การทำอาหารกินเองถือเป็นความยุ่งยากระดับสิบ การทำอาหารจานโปรดให้คนรักกินสักมื้อจึงกลายเป็นความพิเศษที่ช่วยสานรักให้แนบแน่น และจะยิ่งสวีทขึ้นไปอีกถ้าได้ช่วยกันทำช่วยกันกิน รับรองว่ารสชาติความรักของคุณจะหวานที่ไม่ต้องปรุงน้ำตาลเพิ่มเลย

  1. มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

จูงมือกันไปทำกิจกรรมที่คุณและคนรักชื่นชอบ หรือจะเปลี่ยนแนวไปทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่คุณและคนรักไม่เคยทำร่วมกันมาก่อนก็ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจไปอีกแบบ หรือหากคุณเป็นคู่รักนักชิมก็อาจจะชวนกันไปเดินสายกินไปเลย

  1. ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน

กุศลผลบุญทางธรรมก็ช่วยหนุนนำให้ความรักหวานชื่นราบรื่นได้เหมือนกันนะคะ หาเวลาชักชวนกันไปทำบุญ ไม่ว่าจะเป็น ที่วัด หรือตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้แล้วแต่ความสะดวก เพราะเมื่อได้ทำบุญแล้วจิตใจจะได้สบาย ก็ส่งผลให้เรื่องราวรอบกายดีขึ้นไปด้วย

  1. ชูรัก ชูรส

กิจกรรมบนเตียงคือเรื่องสำคัญที่ทำให้ชีวิตรักหวานชื่นนะคะ เพราะเราเห็นมานักต่อนักแล้วว่าการที่คู่รักห่างหายจากการทำการบ้านก็ส่งผลให้ความรักนั้นจืดจางลงไปได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจัดสรรตารางเวลากันให้ดีๆ คุณผู้ชายก็ต้องออกกำลังกายฟิตเครื่องกันหน่อย ส่วนคุณผู้หญิงเมื่อถึงเวลาก็รู้จักการเอาอกเอาใจเข้าไว้นะคะ ไม่ต้องเขินอายไปเพราะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ

  1. โซ่ทองคล้องใจ

หากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนจนรู้สึกเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาที่จะหาอีกหนึ่งชีวิตมาร่วมเติมเต็มแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นวางแผนผลิตทายาทตัวน้อยๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจกันดีกว่า เพราะสิ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ให้คุณทั้งคู่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน รับรองว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเบ๋บี๋ตัวน้อย จะช่วยเติมรักของบ่าวสาวที่มีให้ยืนยาวมั่นคงขึ้นแน่นอน

 

 

 

 

Continue Reading

อาการปวดหัวบอกอะไร

             โรคปวดศีรษะที่พบมากที่สุด เป็นโรคปวดหัวที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณรอบศีรษะ ตำแหน่งที่ปวดศีรษะที่พบบ่อยคือ ตำแหน่งบริเวณหน้าผากและขมับทั้งสองข้าง บางครั้งร้าวมาที่ด้านหลังของศีรษะและต้นคอ รวมถึงบ่าไหล่ร่วมด้วย อันนี้เป็นภาวะที่สัมพันธ์กับความเครียดด้วย

นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน จะมีอาการปวดบริเวณขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ อาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวา และเวลาปวดบางครั้งอาจจะมีปวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนไข้ก็จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และขณะที่มีอาการปวด ถ้าอยู่ในที่แสงสว่างจ้า เสียงดังหรือว่ากลิ่นฉุนอาการจะแย่ลง

อาการปวดที่พบบ่อย คือปวดบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างลงมาจนถึงบริเวณหน้าผากด้วย หรือว่าปวดตรงบริเวณดั้งจมูก อันนี้เป็นตำแหน่งของไซนัส ถ้าเกิดมีการอักเสบของไซนัส คนไข้ก็จะมีอาการปวดที่ตรงตำแหน่งนี้

อาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของกราม มักจะมีอาการปวดบริเวณหน้าใบหู ซึ่งสัมพันธ์กับการเคี้ยวอาหารร่วมด้วย คนไข้บางคนอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีการกัดฟันตอนเวลานอน ตื่นเช้ามาก็รู้สึกว่าเวลาขยับปากหรือเวลาเคี้ยวอาหาร จะรู้สึกปวดบริเวณหน้าใบหู อาจจะสัมพันธ์กับภาวะกระดูกกรามหน้าใบหูอักเสบได้

อาการปวดอาจจะมาจากโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือว่าโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งพวกนี้ อาการปวดจะมีลักษณะรุนแรง มีการปวดที่เป็นอย่างรุนแรงมากขึ้นชนิดที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบนี้ อันนี้เราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกจากนี้อาจจะมีอาการมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือว่ามองเห็นไม่ชัด มีการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมที่ผิดปกติไปกว่าเดิม รวมไปถึงชัก

เมื่อมีอาการปวดหัวเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร่งด่วน หรือว่าอาการปวดศีรษะที่มีไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย พวกนี้อาจจะเป็นตัวบอกว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้มาพบแพทย์ทันทีอย่าไว้ใจอาการปวดหัวแค่เพียงเห็นเป็นอาการป่วยเล็กน้องแค่กินยาพาราก็หาย การใช้ยาเกินขนาดกินติดต่อกันนานเกิดพอดียิ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของตนเองอีกด้วยอย่าลืมสังเกตอาการแล้วไปหาหมอกันด้วยล่ะ

 

Continue Reading

ชิสุ เจ้าหมาพันธุ์ขนยาว

             สุนัขชิสุ เจ้าหมาพันธุ์ขนยาว นิสัยเป็นมิตร ขี้เล่น และช่างประจบ ใครๆก็ต้องหลงรักอย่างแน่นอน เรามาทำความรู้จักเจ้าขนยาวกันเถอะ

หมาน้อยตากลมโตชอบผูกโบว์มีขนยาวสวย พกพาง่ายไปไหนก็ได้ นิสัยเป็นมิตร ขี้เล่น และช่างประจบ และยังสามารถเลี้ยงเป็นสมาชิกประจำครอบครัวกันอย่างมาก

ลักษณะทั่วไปของสุนัขชิสุ

ชิสุเป็นสุนัขขนาดเล็กในกลุ่มToy Group มีน้ำหนักประมาณ 4.5 – 7.5 กิโลกรัม ส่วนสูงประมาณ 25 – 27 ซม. ชิสุ มีลักษณะนิสัย กล้าหาญ มีความตื่นตัว ขี้ประจบ มีความสง่าอยู่ในตัว เดินหน้าเชิด เดินอย่างสง่าผ่าเผย นอกจากนี้ ชิสุ ยังเป็นหมารักความสะอาด เป็นมิตรกับทุกคน ปรับตัวได้ดี และชอบที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กับเจ้าของในทุกเรื่อง

การเลี้ยงดูเจ้าขน ยาว

ชิสุเป็นสัตว์ที่มีอายุค่อนข้างยืนยาว ประมาณ 10-18 ปี แล้วแต่การเลี้ยงดู เช่น อาหาร และการเลี้ยงดู โรคที่มักเกิดขึ้นกับ ชิสุ คือโรคตาแห้ง โรคหูน้ำหนวก หูอักเสบ ควรหมั่นทำความสะอาดตาและหูของอย่างสม่ำเสมอส่วนโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับ ชิสุ ได้ เช่น โรคนิ่ว โรคไต และไส้เลื่อน

ลักษณะนิสัยจะเป็นมิตรกับคน นิ่งและดูสงบ แต่หลายครั้งที่พบว่า ชิสุ จะไม่เชื่อฟัง อย่างไรก็ตาม ชิสุ ก็ชอบวิ่งและรักความสนุกซึ่งเจ้าของจำเป็นจะต้องพามันออก ไปวิ่งออกกำลังกายนอกจากนี้ ขนเป็นส่วน สำคัญที่บอกความสวยงามของสุนัขชิสุ เพราะสุนัขขนยาว ที่จะต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีขนเส้นเล็กและพันกันได้ง่าย หากไม่รู้จักวิธีการรักษาขนให้ดี ขนของ ชิสุ จะพันกันและมีโอกาสเป็นโรคผิวหนังได้ง่ายๆ

การแปรงขนอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้ผิวหนังและขนสะอาด ชิสุ เป็นเงางาม เพราะมีการนวดให้ต่อมน้ำมันที่โคนขนขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นผมได้มากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพสมบูรณ์ และยังเป็นการช่วยขจัดรังแคและสิ่งสกปรกอื่นออกจากผิวหนังของชิสุ ด้วย

อาหารที่เหมาะกับเจ้าชิสุ ควรเป็นอาหารเม็ด เพราะสุนัขขนยาว หากให้กินอาหารกระป๋องจะทำให้เลอะได้ และหากล้างออกไม่หมดก็จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรค อีกทั้งถ้าให้อาหารกระป๋องต้องใช้ให้หมดในคราวเดียว ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อสุขภาพของ ทางเลือกที่เหมาะที่สุดจะเป็นอาหารเม็ด การเลือกซื้อควรเลือกประเภทสำหรับสุนัขพันธุ์เล็กเลือกดูให้เหมาะกับช่วงวัยของ ชิสุ ด้วย

โรคของเจ้าหมาพันธุ์ขนยาว

โรคตาแห้ง เป็นโรคที่มักเกิดกับชิสุ เพราะดวงตากลมโต ลูกตาเปิดกว้าง ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุกับดวงตาด้วย ทั้งนี้ อาการของโรคตาแห้ง คือน้ำตาน้อย ก็ต้องรักษาด้วยการหยอดตาต่อเนื่อง อาจจะนานๆ ครั้ง หรือไม่ก็ตลอด สำหรับการดูแลรักษา อย่างแรกควรหมั่นทำความสะอาดตาอย่างสม่ำเสมอ

โรคหูน้ำหนวก หูอักเสบ การอักเสบของช่องหูภายนอกที่เรียกว่า otitis externa เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการที่ป่วยหูอักเสบ คือมีกลิ่นเหม็น ชอบเกาหู เอาไปถูกับวัตถุ ช่องหู หรือใบหูมีสีแดง หรือบวม ในบางตัวอาจมีสิ่งคัดหลั่งออกมาจากช่องหู

วิธีการป้องการที่ดีที่สุดคือการรักษาความสะอาด หมั่นตรวจสอบช่องหูของ ทุกสัปดาห์ บางตัวมีขี้หูน้อย บางตัวมีมาก ควรใช้สำลีหรือผ้านิ่มๆ เช็ดบริเวณรูหูส่วนนอก ถ้าพบว่า สุนัขสะบัดหู หรือเกาหูบ่อย ก็ให้นำไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจมีแมลงเข้าหูหรืออาจเกิดโรคหูอักเสบขึ้นได้

ชิสุห์ยังมีโรคอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ คือ โรคนิ่ว โรคไต โรคผิวหนัง และไส้เลื่อน ทางที่ดีควรฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด และเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย หากพบความผิดปกติ ควรรีบพาสุนัขไปพบแพทย์ทันที

Continue Reading

ประโยชน์จากวิตามินดีในแสงแดด    

แดดร้อนจนใครๆ ก็ต่างพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากเผชิญกับแสงแดด ไม่ชอบความร้อน ไม่ชอบแสงจ้า ไม่อยากถูกแดดเผา กลัวการเกิดฝ้า กระ หรือผิวหมองคล้ำจากแดด แต่แท้จริงแล้ว แสงแดดคือแหล่งที่มาในการสร้างวิตามินดีได้มากและง่ายที่สุด ซึ่งวิตามินดีนี่เองที่ช่วยปรับระดับแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและฟอสเฟต มีส่วนในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมากมาย เช่น มะเร็งบางชนิด เบาหวาน โรคหลอดเลือดแดง รวมทั้งโรคกระดูกพรุนที่เกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมด้วย

วิตามินดีในแสงแดด

วิตามินดีมีสอง ชนิด คือ วิตามิน ดี 2 ที่สังเคราะห์ในพืช เห็ดและยีสต์จากรังสี UV ในแสงแดด พบมากในเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ และ วิตามินดี 3 ที่สังเคราะห์ในผิวหนังของคนจากรังสี UVB เท่านั้น เนื่องจากเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น ตกกระทบที่ผิวหนังชั้นนอกสุดหรือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นผิวบริเวณที่สังเคราะห์วิตามินดี ทำให้ผิวไหม้และมีอาการแสบร้อน ต่างจากรังสี UVA ที่มีช่วงคลื่นยาว ตกกระทบไปถึงชั้นผิวชั้นในหรือชั้นหนังแท้ และมีผลกระทบต่อการทำลายเซลล์ผิวได้มากกว่า

นอกจากการสังเคราะห์จากแสงแดด วิตามินดีพบได้มากส่วนใหญ่ในเนื้อปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซมอน ปลาเทราต์ ทูน่า เป็นต้น และพบได้บ้างในเนื้อสัตว์ น้ำส้ม และนม อีกด้วย

ช่วงเวลาในการรับวิตามินได้ดี

การรับแสงแดดที่เหมาะสมต่อการสังเคราะห์วิตามินดี ควรเป็นแสงแดดอ่อนๆ ที่ไม่แสบร้อนจนทำร้ายผิวในระยะยาวได้ ระยะเวลาในการรับแสงแดดขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 10-15 นาทีต่อวันเท่านั้น ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ละประเทศหรือแม้แต่พื้นที่ในประเทศเดียวกันก็มีความแตกต่างกันทางภูมิประเทศ ภูมิภาค สภาพอากาศ นั่นเอง

ปริมาณการสังเคราะห์วิตามินดีจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาธิเช่น การทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV มลภาวะทางอากาศ ฤดูกาล สภาพอากาศ ภูมิประเทศ ปริมาณเมฆ ที่จะบดบังรังสี UVB จากแสงแดด ทำให้รับวิตามินดีได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในทางตรงกันข้าม หากแสงแดดที่ตกกระทบผิวหนังมีความเข้มข้นของรังสี UV มากเกินไป เช่น แสงแดดจ้าในช่วงเที่ยง ก็อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชั้นผิวหนัง เป็นสาเหตุของริ้วรอยบนใบหน้า และเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

วิตามินดีช่วยโรคกระดูกพรุน

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ทำให้กระดูกเสื่อม เปราะ บาง ผิดรูปและแตกหักได้ง่าย กระดูกที่ผุกร่อนหรือแตกหักจะทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ

วิตามินดีเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเพื่อไปใช้ในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการสร้างกระดูก ป้องกันไม่ให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก หรือการเกิดภาวะกระดูกบาง ที่จะนำไปสู่โรคกระดูกพรุน นั่นเอง

เห็นมั้ยละว่าแสงแดดก็ไม่ได้มีแต่โทษมีประโยชน์เช่นกัน

 

Continue Reading

รู้ก่อนตัดสินใจกินเจ

          เทศกาลกินเจมาผ่ามทุกๆปีแล้ว หลายๆ คนคงจะเริ่มล้างท้องเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจมา สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเคยกินเจปีนี้เป็นปีแรก อาจยังไม่รู้รายระเอียดเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเท่าไรนัก เราได้รวบรวมความรู้เทศกาลกินเจมาฝากกัน ดังนี้

ข้อห้ามเมื่อต้องถือศีลกินเจ

การถือศีลกินเจนั้นมีข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายอย่าง เช่น งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ งดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าผักที่มีกลิ่นฉุนจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้ที่ถือศีลกินเจทำให้มีจิตใจเร่าร้อน ขัดขวางการรักษาศีล นอกจากนี้ยังต้องงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด และเน้นอาหารรสชาติอ่อนๆ ไม่เปรี้ยวจัด เค็มจัด ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป เพื่อให้ดีต่อสุขภาพร่างกาย ฝึกให้จิตใจให้ไม่ยึดติดเช่นเดียวกับการบำเพ็ญรักษาศีล เป็นต้น

กินเจอย่างไรให้ไม่อ้วน

จริงๆ แล้วการกินอาหารเจนั้นดีต่อสุขภาพ หากเลือกกินอย่างถูกต้อง โดยเน้นอาหารจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ เต้าหู้ หรืออาหารที่ปรุงแต่งน้อยที่สุด แต่อาหารเจในปัจจุบันมักจะปรับให้มีรสชาติที่อร่อยขึ้นเพื่อให้รับประทานง่ายขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภททอด ผัด ที่ใช้น้ำมันเยอะ และปรุงรสชาติให้มีความเค็มมากขึ้น ไม่จืดเหมือนอาหารเจในอดีตที่เน้นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ อีกทั้งอาหารเจส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งเป็นหลัก จึงทำให้หิวบ่อยเพราะคาร์โบไฮเดรตนั้นย่อยง่าย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนกินเจน้ำหนักขึ้นเพราะร่างกายได้รับพลังงานและโซเดียมมากเกิน

ใครสามารถกินเจได้บ้าง

การกินเจสามารถกินได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่จะมีข้อจำกัดสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เพราะเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารควบถ้วนในการเจริญเติบโต อีกทั้งยังต้องระวังในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูง เพราะกลุ่มอาหารเจที่เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองจะมีปริมาณฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง นอกจากนี้อาหารเจจะมีความมันและโซเดียมสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังจึงไม่เหมาะจะบริโภคอาหารเจเป็นเวลานานควรกินให้เหมาะสมกับช่วงอายุวัย

กินเจแตกต่างจากกินมังสวิรัติอย่างไร

มังสวิรัติแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ มังสวิรัติแบบไม่เคร่งครัดที่สามารถบริโภคนมและไข่ได้ ส่วนอีกประเภทคือมังสวิรัติแบบเคร่งครัด ซึ่งจะมีความคล้ายกับการกินเจตรงที่งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหมือนกัน แต่มังสวิรัติจะสามารถนำผักทุกชนิดมาปรุงได้ ในขณะที่อาหารเจมีการปรุงอาหารที่เข้มงวดกว่า เช่น งดผักที่มีกลิ่นฉุน รวมถึงยังต้องรักษาศีลให้จิตใจบริสุทธิ์ด้วย

จะเห็นได้ว่านอกจากทำบุญแล้วยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วยถ้าเรากินให้ถูกวิธี รู้จักวิธีการกินที่ถูกต้อง จะทำให้เราสุขภาพแข็งแรงและจิตใจผ่องใสอีกด้วย

 

 

Continue Reading