ประโยชน์ของมะระ

ด้วยความที่รสชาติของมะระออกจะขม กินแล้วไม่อร่อยเท่าไร แต่ว่าภายใต้ความขมนั้นมีประโยชน์อย่างมาก อยากให้ลองอ่านสรรพคุณของมะระให้ถี่ถ้วนกันอีกที เผื่อจะเปลี่ยนใจ

มะระกับหลากหลายชื่อเรียกมะระหรือมะระจีนลูกใหญ่ๆ มีชื่อพื้นบ้านอยู่หลายชื่อด้วยกัน บ้างก็เรียกผักไฮ ผักไซ่ ผักไห่ มะร้อยรู มะไห่ สุพะซู หรือสุพะเด ส่วนชื่อภาษาอังกฤษของมะระก็มีทั้ง Bitter cucumber, Bitter Chinese, Bitter melon, Balsam pear, Leprosy gourd และ Karela

ในส่วนของชื่อวิทยาศาสตร์ของมะระนั้นมีชื่อว่า Momordica charantia Linn. มะระจัดเป็นพืชในวงศ์ Cucurbitaceae จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับฟัก แตงกวา และบวบ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะระจะเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายฝ่ามือของคน ขอบใบหยักเป็นซี่ห่าง ๆ ใบและลำต้นมีขนสากอยู่ทั่วไป ดอกมะระมีสีเหลือง ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ ผลมะระมีขนาดใหญ่สีออกขาวอมเขียว ผิวขรุขระ ร่องใหญ่ ผลยาวประมาณ 4-9 นิ้ว ในบ้านเรามักจะใช้ประโยชน์จากยอดอ่อนมะระ ผลอ่อน ใบ ราก และเถามากกว่าส่วนอื่นๆ

คุณค่าทางโภชนาการของมะระ

ในปริมาณ 100 กรัม กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แสดงคุณค่าทางโภชนาการของมะระ ดังนี้ พลังงาน 31 กิโลแคลอรี น้ำ 92 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 6.3 กรัม

ไฟเบอร์ 0.7 กรัม เถ้า 0.5 มิลลิกรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม ไทอะมีน 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.03 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 85 มิลลิกรัม

มะระ สรรพคุณไม่น้อยเลยนะ

คราวนี้มาดูสรรพคุณของมะระกันบ้าง ว่ามะระมีประโยชน์ต่อสุขภาพยังไง

  1. ลดน้ำตาลในเลือด

มีการวิจัยพบว่า ในเปลือกมะระมีสารชาแรนทิน (charantin) และพอลิเพปไทด์-พี (polypeptide-p) ซึ่งมีสรรพคุณกระตุ้นการเปลี่ยนกลูโคสในกระแสเลือดให้เป็นไกลโคเจนที่ตับ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในตับอ่อน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้

นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่าในมะระมีสารไวซีน (vicine) และสารออกฤทธิ์อื่น ๆ ที่เมื่อลองฉีดแบบอินซูลินกับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 แล้วพบว่า สารตัวนี้ออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

ในคนที่กินยาลดเบาหวานอยู่แล้ว การกินมะระในปริมาณมากอาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดจนเกินไปได้นะคะ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังและควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่สกัดมาจากมะระด้วย แต่หากกินมะระเป็นอาหารปกติก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้มากเท่าไร

  1. บำรุงตับ

ผศ. ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ในมะระมีสารที่ช่วยเพิ่มเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในตับได้ จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลดีกับการทำงานของตับในมนุษย์ด้วย

  1. ป้องกันมะเร็งเต้านม

ในเรื่องนี้ ผศ. ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นักวิจัยที่สถาบันมะเร็งพบว่า สารในมะระมีผลช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในหนูกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นมะเร็งเต้านม

  1. สมานแผล

รากมะระจีนมีสรรพคุณในการฝาดสมาน โดยในตำรายาไทยพบว่ามีการนำรากมะระจีนไปต้มดื่มรักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้บิด และแก้ไข้ได้

  1. แก้ไข้

เถามะระจีนมีสรรพคุณใช้ดับพิษร้อน แก้ไข้ แก้บิด โดยนำเถามะระตากแห้งแล้วต้มดื่มเป็นชา

  1. ขับพยาธิตัวกลม

เมล็ดของมะระจีนก็มีสรรพคุณในการขับพยาธิตัวกลม โดยเมล็ดมะระจะมีรสขม สามารถนำมาตากแห้งและต้มดื่มเป็นชามะระได้

  1. ช่วยให้เจริญอาหาร

เรามักได้ยินคนพูดว่า กินมะระแล้วจะกินอาหารได้อร่อยขึ้น นั่นเพราะสารโมโมดิซีนที่ทำให้มะระมีรสขม มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหาร กินแล้วจะทำให้เราเจริญอาหารมากขึ้น และยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยแก้ท้องผูกด้วย

ได้รู้สรรพคุณของมะระกันไปแล้วคราวนี้เรามาดูกันค่ะว่า มะระจะนำมาทำเป็นเมนูอาหารอร่อยๆ ได้กี่เมนูบ้าง มาดูกันเลย

 

 

 

Continue Reading

ประโยชน์ของ จมูกข้าว

อาหารหลักของคนไทยคือข้าว โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะคุ้นเคยกับ เมล็ดข้าว มากกว่าส่วนอื่นๆ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วแทบทุกส่วนของข้าวนั้นมีคุณประโยชน์และสารอาหารด้วยกันทั้งนั้น

จมูกข้าวคือส่วนไหนของข้าว

จมูกข้าว เป็นเพียงติ่งเล็กๆ ที่อยู่ส่วนปลายของเมล็ดข้าวค่อนไปด้านข้าง ด้วยความที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจึงมักจะหลุดออกจากเมล็ดข้าวได้ง่ายเมื่อเข้าสู่กระบวนการขัดสี จมูกข้าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของข้าวที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยหากรับประทานข้าวที่ไม่มีจมูกข้าวปนอยู่ จะได้เพียงคาร์โบไฮเดรต ซึ่งถือว่าได้สารอาหารน้อยมากเมื่อเทียบกับข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าวเหลืออยู่

คุณประโยชน์ของจมูกข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวรักษาระดับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เป็นที่ทราบกันดีว่าฮอร์โมนจะถูกผลิตออกมาเพื่อให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้ปกติ แต่การรักษาสมดุลฮอร์โมนกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ในรายที่ระดับฮอร์โมนผิดปกติก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น

 เบาหวาน

 หรือในบางรายก็อาจเป็นสิวอักเสบรุนแรง ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีจมูกข้าวผสมอยู่จึงถือเป็นอีกวิธีหนึ่งช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้ดี จากการศึกษาพบว่าการบริโภคจมูกข้าวเป็นประจำช่วยให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงอยู่ในระดับปกติ โดยเฉพาะวัยทองหรือผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงสายตา ในจมูกข้าวจะประกอบไปด้วยวิตามินหลายชนิดทั้งเบต้าแคโรทีน

วิตามินบีคอมเพล็กซ์

และวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงดวงตา โดยสารเหล่านี้จะช่วยลดอาการน้ำเลี้ยงตาแห้ง เมื่อใช้งานสายตาหนักๆ หรือจ้องอะไรนานๆ รวมไปถึงผู้มีภาวะตาแห้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อชนิดต่างๆ และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นในที่มืดได้ดีอีกด้วย

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย โดยปกติแล้วอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอายุ การรับประทานอาหารและความเครียดต่างๆ โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากก็จะไปส่งผลกระทบต่อการผลิตอสุจิและขัดขวางเลือดไม่ให้ไปหล่อเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศ

ดังนั้นคุณผู้ชายที่อยากจะมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีควรเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีสาร เมลาโทนิน มากๆ อย่างเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของจมูก เนื่องจากเมลาโทนินในจมูกข้าวนี้เป็นสารนี้จะช่วยลดระดับความเครียดและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี ทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ทั้งโอเมกา 6 และ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ที่มีในจมูกข้าวเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ พัฒนาสมองและช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ โดยการดื่มน้ำนมข้าวผสมจมูกข้าวในทุกๆวันจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบำรุงสมองให้พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ ในขณะที่ผู้สูงอายุก็สามารถรับประทานได้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต
  2. ประโยชน์ของจมูกข้าวลดคอเลสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไรด์ในร่างกาย ทุกๆวันเมื่อเรารับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการผัดหรือทอด รวมไปถึงการรับประทานเนื้อสัตว์ ไขมันต่างๆ ที่เราได้รับจะไปสะสมอยู่ตามผนังเลือดและหลอดเลือดทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย วิธีการกำจัดไขมันดังกล่าวนี้สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการรับประทานจมูกข้าวที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9 วิตามินอีกลุ่มไฟโตสเตอรอลและโทโคโตรอินอลซึ่งสามารถกำจัดไขมันตามผนังเลือดและหลอดเลือดได้ดี นอกจากนั้นสารอาหารเหล่านี้ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มไขมันดีอย่าง HDL ให้กับร่างกายอีกด้วย
  3. ประโยชน์ของจมูกข้าวช่วยบำรุงผิวพรรณ จากภายในจมูกข้าวเป็นส่วนของข้าวที่อุดมไปด้วย

วิตามีนอี

และ เซลาไมซ์(Ceramide) ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน นอกจากนั้นยังช่วยชะลอการเกิดริ้วร้อยให้กับสาวๆ ที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น โดยการบำรุงผิวด้วยใช้จมูกข้าวนี้สามารถทำได้ทั้งการรับประทานเพื่อให้เกิดการบำรุงจากภายใน และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของจมูกข้าวจากภายนอกก็ได้

  1. ประโยชน์ของจมูกข้าวป้องกันและรักษามะเร็งบางชนิดได้ เนื่องจากจมูกข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก หากรับประทานเข้าไปจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นจากต่างประเทศที่เผยแพร่สรรพคุณของจมูกข้าว โดยงานวิจัยระบุว่าหากได้รับน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นจะช่วยให้หายจากมะเร็งบางชนิดได้ และหากเป็นมะเร็งอยู่แล้วแต่ได้รับสารอาหารจากจมูกข้าวก็จะช่วยให้มีโอกาสหายได้ถึง 60% ทั้งนี้งานวิจัยยังระบุอีกว่าจมูกข้าวเป็นบริเวณที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส่วนอื่นๆ และดูเหมือนจะมีมากที่สุดในตระกูลพืชแทบทุกชนิดอีกด้วย
  2. ประโยชน์ของจมูกข้าวเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จมูกข้าวถือเป็นส่วนของข้าวที่มีสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันชนิดดี วิตามินต่างๆ ทั้ง 

วิตามินA

 B E D นอกจากนั้นยังมีโอเมกา 3-6-9 และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย โดยสารอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับร่างกาย ยิ่งเรามีภูมิคุ้มกันดีเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ย่อมมีน้อยเท่านั้นสอดคล้องกับงานวิจัยของนายแพทย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกาโดยในงานวิจัยระบุว่าผู้ป่วยเอดส์ซึ่งมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องมีระดับค่า CD4 หรือค่าภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นหลังจากบริโภคจมูกข้าวเป็นประจำทุกวัน ทำให้อาการแทรกซ้อนลดลงอย่างมาก

ท่านได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของจมูกข้าวกันพอสมควร ดังนั้นในแต่ละมื้ออาหารก็ควรมีจมูกข้าวเป็นส่วนประกอบ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการรับประทานข้าวกล้องที่มีจมูกข้าวอยู่มากแทนการรับประทานข้าวขาวที่ให้เพียงแค่พลังงาน นอกจากนั้นยังสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกเช่น น้ำมันจมูกข้าวที่มาในรูปแบบของอาหารเสริมแบบแคปซูล หรืออาจจะเป็นเครื่องดื่มที่ปัจจุบันมีทั้งแบบชงและแบบสำเร็จรูปขายตามร้านสะดวกซื้อ

 

 

Continue Reading

‘แป๊ะก๊วย’ สมุนไพรที่ไม่ธรรมดา

ถ้าเราจะพูดถึงสมุนไพรบำรุงสมอง คงจะหนีไม่พ้น แปะก๊วย สมุนไพรที่มีสรรพคุณโดดเด่น ดีต่อสุขภาพ และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูที่หลากหลายทั้งคาวและหวานตามแต่จะรังสรรค์ แปะก๊วย หรือ กิงโกะ เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และถูกหยิบยกมาใช้เป็นยารักษาโรคมานานนับหลายพันปี

ตามตำราแพทย์จีนจะนำใบแปะก๊วย มาสกัดเป็นยาใช้รักษาอาการหืด โรคปอด โรคหัวใจ ยับยั้งการเสื่อมของสมอง ส่วนเมล็ดแปะก๊วยก็นำมารับประทานเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงสมอง และบำรุงร่างกาย ไม่เพียงคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น แต่เจ้าสมุนไพรโบราณชนิดนี้ มีคุณประโยชน์ที่หลากหลายชนิดที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

แปะก๊วยอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคและชะลอวัยได้เป็นอย่างดี กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่สมอง และแขน ขา จึงช่วยลดอาการชาปลายมือ ปลายเท้า หรือตะคริว ลดการวิงเวียน และหูอื้อ อันเนื่องมาจากปัญหาการไหลเวียนของเลือดได้

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยต่อต้านสารเคมีที่จะเข้าสู่ร่างกาย บำรุงปอด แก้ไอ ขับเสมหะ ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่หลอดลม จึงช่วยป้องกันอาการหอบหืด

เพิ่มสมาธิ และเพิ่มความจำ กระตุ้นการทำงานของสมองได้ดี ช่วยบำรุงสายตาและช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานขึ้นตา ลดอาการเหนื่อยล้า อ่อนแรง วิตกกังวล

บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยขับของเสีย ทำให้ร่างกายสามารถขับปัสสาวะได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ มีผลการวิจัยที่พบว่า ใบแปะก๊วยมีคุณสมบัติเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตที่สมอง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น จึงช่วยเรื่องความจำได้ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัม และหลอดเลือด ก็พบว่า ใบแปะก๊วยช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางความจำ ความคิด ทำให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับผู้ที่จอประสาทตาเสื่อม สารสกัดแปะก๊วยสามารถทำให้การมองเห็นระยะยาวและลานสายตาของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย

        รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืม! ให้ แปะก๊วย มาเป็นส่วนหนึ่งในเมนูพิเศษของคุณและครอบครัว อิ่ม อร่อย ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย นอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้วยังช่วยบำรุงร่างกายอีกมากมาย ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

Continue Reading

ขับรถกลางคืนยังไงให้ปลอดภัย

หลายๆคนก็มักจะออกเดินทางก่อน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด จึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทาง ขับรถตอนกลางคืน เพื่อให้ไปถึงที่หมายในช่วงเช้าตรู่ เตรียมพร้อมพักผ่อน และออกเดินทางไปเที่ยวต่อตามแผน แต่การขับรถในเวลากลางคืนนั้นจะต้องใช้สมาธิ และมีสติในทุกๆ ช่วงเวลาในการขับขี่ เนื่องจากความมืดมิดในเส้นทางจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนเราจึงมาแนะนำวิธีการขับรถตอนกลางคืนยังไงให้ปลอดภัยมาฝาก

เตรียมร่างกายให้พร้อม

ก่อนที่จะเดินทางไปไหน หรือต้องขับรถไกลๆ ในช่วงเวลากลางคืนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมร่างกายให้พร้อมนั้นก็คือ พักผ่อนให้เพียงพอครับ เพราะหากร่างกายไม่พร้อมต่อการขับขี่ในช่วงกลางคืนและระยะทางไกลๆ แบบนี้ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการหลับในได้ หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถในช่วงเวลากลางคืนก็อย่าลืมนอนหลับให้เพียงพอก่อนที่จะเดินทางด้วยนะ

ระบบไฟต้องพร้อม

ที่สำคัญหากคุณจะต้องเดินทางในช่วงเวลากลางคืน ระบบไฟภายในรถนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะหากระบบไฟของคุณดันมีปัญหาขึ้นมา หรือมีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากเส้นทางที่ไม่คุ้นชินหืออาจจะเกิดจากรถที่ขับตามมาที่มองไม่เห็นรถของคุณก็เป็นได้

งดทานยาที่ทำให้ง่วง

หากคุณรู้ว่าคุณจะต้องขับรถตอนกลางคืน เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว หรือไปทำธุระในสถานที่ต่างๆก็ควรที่จะงดทานยาที่ทำให้ง่วงนอนด้วยนะเพราะฤทธิ์ยาที่ส่งผลทำให้ง่วงนอนนั้นเป็นสิ่งที่อัตรายในการขับขี่มากๆ และยิ่งเจอบรรยากาศที่มืดๆชวนให้นอนแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้คุณเกิดอาการวูบหลับได้ง่ายๆ และอาจทำให้เกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุได้

ระวังรถจอดไหล่ทาง

ในการขับรถตอนกลางคืนนั้น เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยเดินทางตอนกลางคืนก็มักจะพบเจอรถที่จอดบริเวณไหล่ทางอยู่บ่อยครั้ง และโดยส่วนมากก็จะเป็นรถสิบล้อ รถพ่วง หรือรถบรรทุกต่างๆ ที่มักจะจอดรถบนไหล่ทาง เพื่อพักผ่อนหลับนอนกันอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงรถยนต์บางคันที่จอดเสียอยู่บนไหล่ทาง ซึ่งมักจะไม่ค่อยยอมเปิดไฟฉุกเฉินบอกรถคันอื่น แต่ชอบที่จะเอากิ่งไม้มากั้นไว้แทนซึ่งหากใครที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และยิ่งขับรถตอนกลางคืนที่มีทัศนวิสัยไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว ก็ต้องคอยระวังรถที่จอดไหล่ทางเอาไว้ด้วยนะครับ อย่าขับเพลินจนไม่ทันสังเกตเดี๋ยวกะขับไปขนท้ายรถที่จอดไหล่ทางได้

ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า

การขับรถในช่วงกลางคืนนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดีมากนัก จึงควรที่จะเว้นระยะให้ห่างจากคันข้างหน้ามากกว่าตอนช่วงกลางวันนะ เพราะคุณคงไม่สามารถประเมินรถคันข้างหน้าได้ว่าไปส่องสว่างของรถคันนั้นสว่างมากพอเพียงใด และหากขับใกล้มากจนเกินไปอาจทำให้คุณขับชนท้ายรถคันหน้าได้ง่ายๆ หรือหากมีรถคันไหนจี้ท้ายคุณมาก็ควรที่จะหลบให้รถคันนั้นขับแซงไปก่อนจะดีที่สุด

หยุดพักบ้าง

หลายๆ คนก็คงจะอยากไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดโดยไม่อยากที่จะเสียเวลาหยุดแวะพักที่ไหน แต่เชื่อเถอะครับว่าการขับรถตอนกลางคืนที่บรรยากาศชวนให้นอนแบบนี้ การพักรถเป็นระยะๆ จะช่วยให้คุณถึงที่หมายโดยปลอดภัยได้ เพราะความเมื่อยล้าจากการขับรถทางไกลเป็นเวลานานๆ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้นะ จึงควรหยุดพักเป็นระยะพร้อมทั้งลงจากรถเปลี่ยนอิริยาบท เพื่อความกระปรี้กระเปร่า และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางต่อไป

 

Continue Reading

ผลไม้ไหว้เจ้า

ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนกันแล้วหลายๆคนคงเตรียมตัวจะไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษเราจะมาแนะนำผลไม้มงคลสำหรับไหว้เจ้ากัน ไปดูกันได้เลย

  1. ส้ม

ผลไม้แห่งสิริมงคลต้องเลือกส้มที่มีเปลือกมีสีส้มหรือสีเหลืองทอง เหตุที่ต้องเป็นส้มสีทองก็เพราะ สีทอง เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษอะไร ขอให้มีเปลือกสีส้มหรือสีเหลืองทองก็เป็นอันใช้ได้

  1. กล้วย

ผลไม้แห่งความมั่งมีแนะนำว่าเป็นกล้วยหอมทองจะดีที่สุด ด้วยลักษณะของกล้วยที่ออกเป็นเครือ จึงมีความหมายในทางมงคลว่า ทำให้ครอบครัวเจริญงอกงามมีลูกหลานมากมายไว้สืบสกุล อีกทั้งกล้วยเป็นพืชที่แตกหน่อแพร่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทนทาน ตายยาก ก็สื่อความหมายถึงการแพร่ขยายของวงศ์ตระกูลได้ดีนั่นเอง และสีเหลืองทองของกล้วยยังหมายถึงความมั่งมี ร่ำรวยเงินทองอีกด้วย

  1. สับปะรด

ผลไม้แห่งความโชคดีสำหรับสับปะรดภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่าอั่งไล้แปลว่า เรียกสีแดงมา โดยคำว่า อั่ง แปลว่าสีแดง ส่วนคำว่า ไล้ แปลว่า เรียกมาหาเรา เมื่อรวมกันจึงแปลความได้ว่า เรียกสีแดงหรือเรียกความโชคดีให้มาหาเรา จึงควรมีสับปะรดเป็นหนึ่งในของไหว้ อย่าได้ขาด

  1. องุ่น

ผลไม้แห่งความงอกงามองุ่นก็เช่นกัน เป็นผลไม้ที่มีความหมายดีในแง่ของภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยคนจีนแต้จิ๋วจะเรียกว่า “ผู่ท้อ” แปลว่า “งอกงาม” โดยสรุปคือการนำองุ่นมาเป็นของไหว้จะทำให้ผู้ไหว้และครบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง เติบโต นั่นเอง แต่เน้นว่าต้องเป็นองุ่นสีแดง เพื่อเอาเคล็ดเรื่องสีที่เป็นมงคล เป็นสีแห่งความเฮงหรือความโชคดีนั่นเอง

  1. แก้วมังกร

ผลไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยชื่อเสียงเรียงนามก็น่าเกรงขามแล้ว สำหรับแก้วมังกร ตามคติความเชื่อของชาวจีนจะนับถือมังกรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งแก้วมังกรมีเปลือกเป็นสีแดง เป็นสีมงคลนำพาความเฮง เฮง เฮง มาให้ครอบครัว ซินแสแนะนำว่าควรเลือกแก้วมังกรที่มีเปลือกสีแดงและเนื้อด้านในเป็นสีแดงเข้มด้วยก็ยิ่งดี ยิ่งเสริมมงคลให้มีมากเท่าทวีคูณ

ใครจะเอาผลไม้ที่มีสีแดงหรือสีเหลืองทองอื่นๆ มาไหว้เสริมด้วย ที่นิยมกันส่วนใหญ่เห็นจะเป็น แอปเปิ้ลแดง สตรอว์เบอร์รี่ และสาลี่ทอง เป็นต้น ส่วนปริมาณจะไหว้มากไหว้น้อยก็ตามศรัทธา หลักการส่วนการไหว้ตรุษจีนที่ถูกต้องตามหลักดั้งเดิมนั้นจะไหว้กัน 4 เวลา คือ

ตอนเช้า ไหว้พระไหว้เจ้า ช่วงเวลาประมาณ 07.00-09.00 น. หลังจากไหว้เสร็จ จะนำของไหว้มารับประทานเพื่อเป็นสิริมงคล

ตอนสาย ไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ช่วงเวลาประมาณ 09.00-12.00 น. รับประทานของไหว้ได้เช่นกัน

ตอนบ่าย ไหว้สัมภเวสี ผีไม่มีญาติ ช่วงเวลาประมาณ 13.00-15.00 น. ของไหว้จะจัดเยอะมากขึ้น โดยเพิ่มข้าวสารอาหารแห้งเข้าไปด้วย พอไหว้เสร็จ ส่วนใหญ่จะเอาไปแจกจ่ายให้ผู้คนทั่วไป เป็นการทำบุญให้ทานกับคนจำนวนมากๆ

ตอนดึก ไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภเงินทอง ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของไหว้มีมากมายหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นต้องมีผลไม้ 5 อย่างด้วย

 

 

Continue Reading

เว็บแทงบอลออนไลน์

IMIRICH ฟุตบอล พนันบอล บอลออนไลน์ แทงบอลสด

ฟุตบอล พนันบอล พนันบอลคาสิโน เว็บพนันบอลออนไลน์ที่พกเอาความน่าสนใจจากเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่มาอย่างครบครัน ในเรื่องของรายการเดิมพันที่หลากหลาย รับรองได้ถึงความสนุกสนานแน่นอน ที่สำคัญยังรองรับระบบภาษาไทยอีกด้วย แทงขั้นต่ำก็สามารถแทงได้เพียงแค่ 10 บาท เดิมพันขั้นต่ำก็เพียงแค่ 2 คู่ สำคัญที่สุดสามารถดูบอลสดๆผ่านเว็บได้เลย เห็นแบบนี้แล้วสบายใจกันได้เลยว่าเว็บ IMIRICH นั้นสะดวกสบายทุกที่ทุกวลาจริงๆ  อีก 1 อย่างที่ถูกใจนักเดิมพันหลายๆท่าน ที่แทบทุกท่านถามหาเสมอนั่นก็คือ คาสิโนออนไลน์ ทาง IMIRICH ก็ได้คำนึงถึงจุดนี้เช่นกัน ทางเว็บไซต์ก็ได้มีการนำคาสิโนระดับโลกและหลากหลายรายการมาไว้ในเว็บไซต์ของเราให้นักเดิมพันทุกท่านได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน

               IMIRICH บริการเว็บพนันออนไลน์ที่เปิดมาอย่างยาวนาน และการพนันครบวงจรและเว็บไซต์ของเรายังมีโปรโมชั่นดีมากมายให้คุณ IMIRICH เป็นเว็บแทงบอลที่เรามีพนักงานที่มีความชำนาญ และใจรักบริการ พร้อมให้ความช่วยเหลือท่านได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เราเป็นเว็บพนันออนไลน์ครบวงจร ทั้ง คาสิโนออนไลน์ หวยออนไลน์ มวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์อื่นๆ อีกมากมาย ระบบ ฝาก-ถอนได้ตลอด 24 ชม. เราพร้อมที่จะค่อยให้ความสุขกับท่าน ได้ตลอดเวลา ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย โปรโมชั่นมีให้เลือกอย่างมากมายเรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆอย่างแน่นอน คุณสามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณอาจจะเป็นผู้โชคดีรครับรางวัลใหญ่จากการแทงบอล อย่างชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอนและเพลิดเพลินไปกับทีมที่คุณรักให้คุณนั้นรับกำไรเต็มๆเข้ากระเป๋าไปได้เลย และเว็บไซต์ของเรามอบอิสระในการเดิมพันให้อย่างเต็มที่ มีให้เลือกแทงได้ทุกลีค รอบโลก และยงเปิดราคาที่เรียกได้ว่าสุดคุ้มกันเลยทีเดียว คุรสามารถเลือกเล่นได้อย่างอิสระ และเว็บของเรามีลิงค์รับชมบอลสดๆแบบคุณภาพ HD เพื่อได้อรรสรสในการลุ้นได้อย่างเต็มที่ เราขอแนะนำเว็บ IMIRICH อย่าห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

               แทงบอลอนไลน์ ในปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นปกติในสังคมไทยในตอนนนี้ เพราะว่าก็มีแต่คนแทงบอลกันทั้งนั้น บางคนแทงกันขำๆ และบางคนแทงเป็นอาชีพ การลงทุนของในการแทงบอลนั้น มีทั้งกำไร และก็ขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการพนันในรูปแบบใด โดยนักแทงบอลออนไลน์มืออาชีพนั้น กว่าจะประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเสีย ต่างก็ต้องมีทั้งได้และเสียกันทั้งนั้น และคนส่วนใหญ่มักจะเสียกัน และไม่ประสบความสำเร็จในการแทงบอลออนไลน์ ก็เพราะคนเหล่านั้น แทงบอลออนไลน์กันอย่างไม่มีแบบแผนในการเล่นพนันออนไลน์ และจะทำให้เราหรือคนเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จในการแทงบอลออนไลน์

การเล่นพนันบอลแบบออนไลน์ เป็นการเล่นในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้ผ่านคนกลาง แก้ไขปัญหาเรื่องการโกงจากคนกลาง เป็นการรับรองการเล่นพนันฟุตบอลผ่านระบบออนไลน์ไม่ว่าตัวนักพนันจะอยู่ไหนก็จะสามารถเล่นพนันบอลผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ตได้ การเล่นพนันบอลนั้นจะต้องนึกถึงการเลือกเว็บถ้าเลือกเว็บที่ดี มันก็จะดีแก่ตัวนักพนัน ถ้าเลือกเว็บที่ไม่ดีอาจจะทำให้ตัวนักพนันนั้นเสียความรู้สึก การพนันฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งการพนันที่ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก แทงบอลออนไลน์ เป็นเว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดมีกิจกรรมกีฬาให้ได้ร่วมสนุกในการวางเดิมพันกว่า 500 กิจกรรมกีฬา ต่อ สัปดาห์และครอบคลุมทุกลีกที่อยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก  และยังรวมถึงกีฬาระหว่างประเทศอีกหลากหลายรายการ  พร้อมให้บริการตลอดทั้งวัน โดยสามารถติดต่อได้ผ่านทางโทรคำศัพท์ แชทผ่านหน้าเว็บ หรือทางไลน์ โดยมีบุคลากรมืออาชีพที่รอให้บริการตลอดระยะเวลาโดยที่ไม่มีทางหยุด พร้อมมีโปรโมชั่นพิเศษเยอะมาก

               IMIRICH เว็บพนันบอล กีฬาออนไลน์ สามารถสมัครผ่านเว็บ หรือ บนโทรศัพท์มือถือที่เป็น ไอโฟน หรือ แอนดรอยด์ ซึ่งมีระบบระเบียบรักษาความ ปลอดภัย อย่างเป็นมืออาชีพสามารถเชื่อใจได้รวมทั้งมีมาตรฐานสากลสุดยอดสำหรับในการรองรับการพนันบอล แทงบอล ผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ต มีให้นักพนันเลือกเล่นมากมาย

 

Continue Reading

การบริหารร่างกาย

               เนื่องจากการออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในแต่ละวัน ช่วยเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงและช่วยลดไขมันที่สะสมตามตัว การบริหารร่างกายถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

               ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นและการทรงตัว รวมทั้งเป็นการอบอุ่นร่างกายมีหลากหลายท่าทาง และแต่ละท่าทางให้ทำทั้งด้านซ้ายและขวา โดยให้ทำค้างไว้แล้วนับ 1-10 จากนั้นให้เปลี่ยนท่าใช้เวลากับท่านี้ซัก 10 นาที

ท่าหมุนหัวไหล่ใช้มือแตะหัวไหล่แล้วหมุน

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าแขน ยื่นแขนออกแล้วแบมือลงจากนั้นใช้มืออีกข้างหนึ่งดัดนิ้วมือทั้ง 5 ค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลังแขน ยกมือซ้ายไขว้หลังแล้วใช้มือขวายืดศอกซ้ายข้างไว้ทำสลับข้างกัน

ท่ายืดกล้าเนื้อไหล่ ใช้บริเวณข้อพับของแขนข้างซ้ายหนีบศอกขวาเหยียดแขนตรงไปทางซ้ายแล้วยืดเส้นค้างไว้

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าอก แอ่นหน้าอกไปด้านหน้าแล้วประสานมือยื่นออกไปด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง ก้มหลังลงนิ้วแตะพื้น

ท่ายืดกล้ามเนื้อท้อง เงยหน้าขึ้นยืดกล้ามท้อง

ท่ายืดกล้ามเนื้อขา ก้าวขาออกมาด้านหน้าแล้วตรึงไว้ทีละข้างย่อขาหลังลง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าขาใช้ปลายมือจับปลายเท้ายึดไว้จากด้านหลัง

ท่ายืดกล้ามเนื้อน่อง ก้าวขาใดขาหนึ่งออกมาแล้วย่อขาที่ก้าวออกมาด้านหน้าจากนั้น ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งกดบนหัวเข่าไว้เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่อง

ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะทำให้มีการเผาผลาญเพิ่มขึ้ช่วยให้ลดน้ำหนักและควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น มี 7 ท่า

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านหน้า ยกน้ำหนักขึ้นลงในท่ายืน

ท่ากล้ามเนื้อแขนด้านล่าง ยกน้ำหนักขึ้นพับแขนไปด้านหลัง

ท่ากล้ามเนื้อหัวไหล่ ยกที่ยกน้ำหนักไว้ที่ลำตัวอาจจะที่ยกน้ำหนัก มีปริมาณน้ำหนักที่ไม่หนักมากยกซัก 2 อัน สำหรับด้านซ้ายและขวา ยกไว้แล้วยืนตรงแนบลำตัวจากนั้นกางออก ทำซ้ำๆ

ท่ากล้ามเนื้ออก ยกดรัมเบลขึ้น ให้ดรัมเบลอยู่ในระดับหู ตั้งฉากมือทั้งสองข้าง แล้วแยกออกหุบแขนเข้าออก

ท่ากล้ามเนื้อท้อง ใช้ท่า ซิทอัพ

ท่ากล้ามเนื้อหลัง นอนตั้งขาขึ้นเหมือนการซิทอัพแล้วยกสะโพกขึ้นลง

ท่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า นั่งบนเก้าอี้และยกขาขึ้นเหยียดตรงออกไปด้านหน้า พร้อมทำสลับซ้ายขาว

 

 

 

 

Continue Reading

ติดคาเฟอีนเสี่ยงตาย

แน่นอนทุกเช้าตื่นมาหลายคนโดยเฉพาะคอกาแฟ ทั้งหลายเป็นอันต้องดื่มทั้งมีความเชื่อว่าไม่ได้กินทำงานไม่ได้บ้างแหละจนติดกันเลยทีเดียวโดย
สารคาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มทั่วไป ทั้งน้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลังอีกหลายชนิด สารคาเฟอีนมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว แต่การได้รับสารคาเฟอีนมากเกินไป ก็ก่อให้เกิดเสียกับร่างกายได้เหมือนกัน วันนี้เราลองมาดูกันว่าอันตรายจากคาเฟอีนนั้นมีอะไรบ้าง

1.ทำให้เกิดอาการปวดหัว สารคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ แต่หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะกระตุ้นทำให้เกิดอาการปวดหัวมากขึ้น หากได้รับคาเฟอีนมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กลายเป็นไมเกรนได้ในที่สุด

2.ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หากรู้สึกมีอาการใจสั่น ให้รู้ไว้เลยว่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปแล้ว โดยทั่วไปหากดื่มกาแฟหลายแก้วใน 1 วัน จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว เพราะคาเฟอีนกระตุ้นประสาทมากเกินไป ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและอาจจะเป็นอันตรายสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้

3.เพิ่มความดันโลหิต จากการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับคาเฟอีนเพียงแค่ 160 มิลลิกรัม ก็ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้แล้ว ดังนั้นในแต่ละวัน ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกินกว่า 250 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับกาแฟ 2 แก้ว.ทำให้ร่างกายรู้สึกเลือดสูบฉีดมากเกินปกติอาจมีอาการดีดจนเกินไป

4.เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ สำหรับกลุ่มวัยรุ่น ที่ดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณมาก จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ คาเฟอีนไม่ได้มีแต่ในกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีในช็อกโกแลต ยาพาราเซตามอล น้ำอัดลมอีกด้วย

5.ลำไส้แปรปรวน หากร่างกายได้รับคาเฟอีน 500 – 600 มิลลิกรัม เท่ากับกาแฟ 5 – 6 แก้ว จะทำให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน จนเกิดอาการลำไส้แปรปรวนได้ คาเฟอีนยังมีฤทธิ์ในการขับน้ำ จึงทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยเรียกได้ว่าต้องเข้าห้องน้ำบ่อยจนเบื่อกันเลยแหละ

6.แน่นอนกับอาการนอนไม่หลับ คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียมากก็ตาม ทำให้หัวใจเต้นเร็วและทำให้ตาแข็งตาสว่างอยู่ตลอดอีกด้วย

7.อาจก่อให้เกิดอาการประสาทหลอน อาการประสาทหลอนที่เกิดจากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปนั้น เกิดจากความเครียดเนื่องจากร่างกายไม่ได้พักผ่อน ทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลีนหลั่งออกมามากเกินไป

8.อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวันอันควร การดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นร่างกายนั้น เป็นการดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ หากอยากเพิ่มพลังให้ร่างกาย ให้เปลี่ยนมานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะดีกว่า

9.เสียชีวิตกะทันหัน หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้เกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล จนทำให้เกิดอาการชัก ปอดแฟบ หัวใจบีบรัด ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและหัวใจล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตได้ ระดับคาเฟอีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ที่ 5,000 – 10,000 มิลลิกรัม

เห็นได้ว่าสารคาเฟอีนมีทั้งประโยชน์และโทษ หากร่างกายได้รับในปริมาณที่พอดี จะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ตื่นตัว สมองสดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไป จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างฉับพลันเราควรเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเองจะดีที่สุดเพื่อสุขภาพคุณเอง

 

 

 

 

 

Continue Reading

เทคนิคเติมความหวานให้ความรัก

สำหรับคู่รักที่รักกันไปนานๆ อาจจะละเลยกันไปแบบไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นไม่ดีแน่จริงไหม เราเลยนำเทคนิคการเติมความหวานให้ความรัก มาให้กับคนรักกัน รับรองว่าหากทำตามแบบนี้ต่อกันทุกวันแบบสม่ำเสมอ ความรักของคุณจะไม่มีวันจืดแน่นอน

  1. หวานให้เป็นเรื่องปกติ

หมั่นแสดงความรักต่อกันให้เป็นเรื่องปกติประจำวัน เช่น บอกรักก่อนนอน หอมสักฟอดก่อนไปทำงาน ที่สำคัญอย่าลืมกอดกันในทุกๆ วันด้วยนะคะ หรือจะเลือกใช้สรรพนามเรียนแทนชื่อกันแบบน่ารักๆ ก็ช่วยกระชับความรักให้แน่นขึ้น

  1. มีของขวัญให้กันบ้าง

เติมความหวานด้วยของขวัญ เป็นไอเดียบอกรักสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยมในหมู่คู่รักมานาน เพราะฉะนั้นจงจดจำวันพิเศษต่างๆ ใน 1 ปีให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญทางปฏิทิน หรือวันสำคัญทางใจ ก็ต้องมีนะ

  1. รักออนไลน์

กระแสโซเชียลกำลังครองโลก เพราะฉะนั้นเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ ด้วยการแสดงความรักผ่านทุกโซเชียลที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสเตตัสหวานๆ หรือโพสต์รูปอวดชาวโซเชียลไปเลยก็ได้ รับรองว่าสิ่งนี้จะช่วยให้คุณและคนรักกระชุ่มกระชวยหัวใจและแอบยิ้มเบาๆ เมื่อเห็นเขาโพสต์ถึงคุณ

  1. จัดดินเนอร์สุดโรแมนติก

กินข้าวที่บ้านหรือร้านประจำหน้าปากซอยทุกวันมันก็คงเบื่อจริงไหม ถ้าอย่างนั้นลองชวนกันไปเปลี่ยนบรรยากาศโดยไม่ต้องรอวันสำคัญใดๆ ให้มาถึง เพราะมื้อพิเศษที่มีแค่คุณและคนรักท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกจะทำให้คุณทั้งสองดื่มด่ำความรักที่มีต่อกันได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ให้อารมณ์เหมือนเดทแรกของคุณทั้งสองก็ว่าได้

  1. ต้องยอมๆกันบ้าง

แม้จะรักกันแค่ไหนแต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันไปหมดซะทุกอย่าง แต่บางครั้งเพื่อความรักที่หวานชื่น คุณอาจจะต้องยอมลดและตามใจอีกฝั่งในบางเรื่องบ้าง เพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ถ้าคุณลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนรัก แบบที่เขาคาดไม่ถึงว่าเขาจะทำ รับรองว่าเขาจะแอบฟินแบบมีพลุระเบิดอยู่ในใจแน่นอน

  1. ออกไปเที่ยวกันบ้าง

การท่องเที่ยวทำให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ทริปรักแสนโรแมนติกท่ามกลางบรรยากาศสายลม แสงแดด เสียงคลื่น หรือวิวภูเขาสวยงามท่ามกลางไอหมอกหนาวเย็น ก็ช่วยกระชับสัมพันธ์ให้หัวใจได้ใกล้กันทั้งนั้น แต่ถ้าอยากจะพิสูจน์รักแท้ก็ต้องลองไปบุกป่าฝ่าดงด้วยกันสักหน่อย เพราะความยากลำบากจะเผยให้เห็นถึงหัวใจที่แท้จริงของกันและกัน ความเอื้ออาทรระหว่างการเดินทางนั่นแหละคือสัญญาณของรักแท้

  1. รำลึกความหวาน

เรื่องรักแสนหวานในวันวานจะทำให้หัวใจได้เบ่งบานอีกครั้ง ลองนึกย้อนดูว่าแรกกันกันใหม่ๆ คุณทำอะไรให้กันบ้าง อาจชวนกันไปรำลึกอดีตรักยังสถานที่ที่พบกันครั้งแรกหรือออกเดทกันครั้งแรก เปิดเพลงรักเพลงเก่าที่เคยให้กันสมัยวัยรุ่น พูดคุยถึงเรื่องราวในวันวานให้ได้อมยิ้มกันเบาๆ เปิดดูภาพเก่าๆ ให้หวนคิดถึงความทรงจำสุดสวีท

  1. เซอร์ไพรส์

การเซอร์ไพรส์ยังคงเป็นมุกรักที่ใช้มัดใจได้ตลอดกาล แต่บอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องทำเซอร์ไพรส์กันแบบเวอร์วังเสมอไป แต่ความพิเศษเล็กน้อยที่ทำให้กันก็ช่วยเติมเต็มชีวิตรักสดใสได้ แอบส่งดอกไม้ให้กันบ้าง หรือให้ของขวัญที่คาดไม่ถึง เพียงเท่านี้ก็น่าประทับใจแล้ว

  1. เสน่ห์ปลายจวัก

อาหารจานไหนก็ไม่ตราตรึงเท่ากับจานที่ปรุงด้วยฝีมือและหัวใจของคุณเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสะดวกซื้อที่การทำอาหารกินเองถือเป็นความยุ่งยากระดับสิบ การทำอาหารจานโปรดให้คนรักกินสักมื้อจึงกลายเป็นความพิเศษที่ช่วยสานรักให้แนบแน่น และจะยิ่งสวีทขึ้นไปอีกถ้าได้ช่วยกันทำช่วยกันกิน รับรองว่ารสชาติความรักของคุณจะหวานที่ไม่ต้องปรุงน้ำตาลเพิ่มเลย

  1. มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

จูงมือกันไปทำกิจกรรมที่คุณและคนรักชื่นชอบ หรือจะเปลี่ยนแนวไปทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่คุณและคนรักไม่เคยทำร่วมกันมาก่อนก็ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจไปอีกแบบ หรือหากคุณเป็นคู่รักนักชิมก็อาจจะชวนกันไปเดินสายกินไปเลย

  1. ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน

กุศลผลบุญทางธรรมก็ช่วยหนุนนำให้ความรักหวานชื่นราบรื่นได้เหมือนกันนะคะ หาเวลาชักชวนกันไปทำบุญ ไม่ว่าจะเป็น ที่วัด หรือตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้แล้วแต่ความสะดวก เพราะเมื่อได้ทำบุญแล้วจิตใจจะได้สบาย ก็ส่งผลให้เรื่องราวรอบกายดีขึ้นไปด้วย

  1. ชูรัก ชูรส

กิจกรรมบนเตียงคือเรื่องสำคัญที่ทำให้ชีวิตรักหวานชื่นนะคะ เพราะเราเห็นมานักต่อนักแล้วว่าการที่คู่รักห่างหายจากการทำการบ้านก็ส่งผลให้ความรักนั้นจืดจางลงไปได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจัดสรรตารางเวลากันให้ดีๆ คุณผู้ชายก็ต้องออกกำลังกายฟิตเครื่องกันหน่อย ส่วนคุณผู้หญิงเมื่อถึงเวลาก็รู้จักการเอาอกเอาใจเข้าไว้นะคะ ไม่ต้องเขินอายไปเพราะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ

  1. โซ่ทองคล้องใจ

หากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนจนรู้สึกเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาที่จะหาอีกหนึ่งชีวิตมาร่วมเติมเต็มแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นวางแผนผลิตทายาทตัวน้อยๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจกันดีกว่า เพราะสิ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ให้คุณทั้งคู่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน รับรองว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเบ๋บี๋ตัวน้อย จะช่วยเติมรักของบ่าวสาวที่มีให้ยืนยาวมั่นคงขึ้นแน่นอน

 

 

 

 

Continue Reading

อาการปวดหัวบอกอะไร

             โรคปวดศีรษะที่พบมากที่สุด เป็นโรคปวดหัวที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณรอบศีรษะ ตำแหน่งที่ปวดศีรษะที่พบบ่อยคือ ตำแหน่งบริเวณหน้าผากและขมับทั้งสองข้าง บางครั้งร้าวมาที่ด้านหลังของศีรษะและต้นคอ รวมถึงบ่าไหล่ร่วมด้วย อันนี้เป็นภาวะที่สัมพันธ์กับความเครียดด้วย

นอกจากนี้ยังมีอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน จะมีอาการปวดบริเวณขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ อาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวา และเวลาปวดบางครั้งอาจจะมีปวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนไข้ก็จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และขณะที่มีอาการปวด ถ้าอยู่ในที่แสงสว่างจ้า เสียงดังหรือว่ากลิ่นฉุนอาการจะแย่ลง

อาการปวดที่พบบ่อย คือปวดบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างลงมาจนถึงบริเวณหน้าผากด้วย หรือว่าปวดตรงบริเวณดั้งจมูก อันนี้เป็นตำแหน่งของไซนัส ถ้าเกิดมีการอักเสบของไซนัส คนไข้ก็จะมีอาการปวดที่ตรงตำแหน่งนี้

อาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของกราม มักจะมีอาการปวดบริเวณหน้าใบหู ซึ่งสัมพันธ์กับการเคี้ยวอาหารร่วมด้วย คนไข้บางคนอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีการกัดฟันตอนเวลานอน ตื่นเช้ามาก็รู้สึกว่าเวลาขยับปากหรือเวลาเคี้ยวอาหาร จะรู้สึกปวดบริเวณหน้าใบหู อาจจะสัมพันธ์กับภาวะกระดูกกรามหน้าใบหูอักเสบได้

อาการปวดอาจจะมาจากโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือว่าโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งพวกนี้ อาการปวดจะมีลักษณะรุนแรง มีการปวดที่เป็นอย่างรุนแรงมากขึ้นชนิดที่ว่า ในชาตินี้ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ไม่เคยปวดแบบนี้ อันนี้เราก็เริ่มสงสัยแล้ว นอกจากนี้อาจจะมีอาการมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อน หรือว่ามองเห็นไม่ชัด มีการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายร่วมด้วย หรือบางคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมที่ผิดปกติไปกว่าเดิม รวมไปถึงชัก

เมื่อมีอาการปวดหัวเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์โดยเร่งด่วน หรือว่าอาการปวดศีรษะที่มีไข้หรือคอแข็งร่วมด้วย พวกนี้อาจจะเป็นตัวบอกว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง อันนี้ก็แนะนำให้มาพบแพทย์ทันทีอย่าไว้ใจอาการปวดหัวแค่เพียงเห็นเป็นอาการป่วยเล็กน้องแค่กินยาพาราก็หาย การใช้ยาเกินขนาดกินติดต่อกันนานเกิดพอดียิ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของตนเองอีกด้วยอย่าลืมสังเกตอาการแล้วไปหาหมอกันด้วยล่ะ

 

Continue Reading